2007/May/30

Embraced Love:[Byakuya X Hanatarou]

Issue 1:

.....ซวยแล้ว....

ความคิดแรกของเด็กหนุ่มร่างเล็ก เจ้าของผมสั้นดำสนิท....ทันทีที่เขาก้าวมาในที่ผิดที่แบบนี้ ตามทางเดินของบ้านผู้ดีมีสกุลอย่างตระกูล คุจิกิ....เขาเดินตามหลังหญิงสาวคนใช้ไปอย่างเงียบๆ....ในใจก็แทบจะบ้าตาย!! เขาก้มลงมองห่อผ้าที่บรรจุยาชุดหนึ่งเอาไว้.....

.....ไม่น่าเลย......

.....ทำไมเราถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้เนี่ย!......

ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่อาจรู้ชะตาของตัวเองได้เลย นี่ถ้าไม่ใช่เพราะความผิดพลาดในตอนนั้นล่ะก็! เขาคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพที่อึดอัดแบบนี้หรอก!

เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อเช้านี้.......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ดวงตะวันเริ่มขึ้นจากขอบฟ้าทำให้ความมืดถูกขับไล่ไป เกิดแสงสีสลับระหว่างสีใวงกับสีส้มไปทั่วบริเวณเมืองลูคอน เหล่านกน้อยทั้งหลายพากันออกมาส่งเสียงเพลงขับขานประสานเสียงกันยามเช้า เหล่าบุปผา และต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบๆต่างพากันดูสดชื่นเมื่อพวกมันเริ่มได้รับแสงแดดยามเช้านี้เช่นกัน....

ว้าว วันนี้ท้องฟ้าสวยจังเลยนะครับ คุณลูเคีย หนุ่มน่ารักเจ้าของเรือนผมสีดำสั้นนุ่มสลวยว่าขึ้น ขณะที่เนตรสีดำสนิทนั้นจ้องมองไปยังฟากฟ้าสีม่วงสลับส้มนั้นอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้....

หาวววว....ฮานาทาโร่เนี่ยจะชอบตื่นมาดูท้องฟ้ายามเช้านี่ ข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าปลุกข้ามาเป็นเพื่อนแบบนี้สิ สาวสวยผมดำบ่นไปพลางปิดปากที่เริ่มหาววอดๆไปพลาง มักจะเป็นแบบนี้ทุกเช้าที่หนุ่มน้อยหน้าหวานมักจะปลุกเธอขึ้นมาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเช่นนี้....

ก็แหม....คุณอิจิโกะต้องหงุดหงิดแน่ๆถ้าข้าไปปลุกเค้าขึ้นมา ถ้าไปปลุกคารินจังกับยูซึจังก็คงจะไม่ดี ผมเลยว่าปลุกคุณลูเคียนี่แหละดีที่สุด แม้คำพูดจะเป็นการแกมบังคับ แต่เด็กสาวเบื้องหน้าก็แค่ถอนใจเบาๆไม่ได้โกรธ โทษถือสา อะไรมากมาย แถมจะยังเอ็นดูเด็กหนุ่มหน้าหวานที่สูงไม่ต่างจากเธอมากเท่าไหร ยังไงก็เป็นหนุ่มน้อยตัวบางๆเท่านั้น.....

แล้วนี่คุณอิชชินล่ะ? ลูเคียถามขึ้นอย่างคนเหมือนพึ่งออก หนุ่มน้อยตัวบางที่เล่นให้ผีเสื้อตัวน้อยมาเกาะอยู่บนนิ้วมือหันมาตอบไปว่า

กำลังพักผ่อนน่ะครับ เห็นว่าเมื่อคืนจัดเอกสารจนดึกน่ะครับ

งั้นเหรอ....นั่นสินะ คุณอิชชินคงจะเหนื่อยน่ะ....แต่จะว่าไปนี่มันก็ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วสินะ สาวน้อยเอ่ยพึมพำขึ้น ตัวเขาที่ได้ยินก็ดูสะดุดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ซ่อนสีหน้าที่เหมือนจะเศร้าหมองไปด้วยรอยยิ้มของเขา...

นั่นสินะครับ....10 ปีแล้วนี่นา ที่พวกเราได้รับความกรุณาจากคุณอิชชิน ฮานาทาโร่เอ่ยขึ้น ขณะที่ดวงหน้าแหงนมองท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนสีไป และเริ่มนึกย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆที่แสนขมขื่น....

คนอย่างเขา...ยามาดะ ฮานาทาโร่....ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ตอนเด็กมีแต่ความทรงจำเลวร้ายของครอบครัว พ่อของเขาชอบดื่มเหล้าเมายาแล้วมาตบตีแม่ของเขาบ่อยๆ และเมื่อทนกันไม่ได้ ทั้งคู่หย่าร้างกันไป แม่ของเขาคอยเลี้ยงดูเขาด้วยความรักมาตลอดตั้งแต่วัยเยาว์ แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาซึ่งเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆหลังจากที่กลับมาจากการช่วยแม่ของเขาซื้อของ เขาก็พบร่างของแม่เขาที่อาบโชกไปด้วยเลือด ข้าวของเกลื่อนกระจายคงมีโจรร้ายบุกเข้ามาชิงทรัพย์แล้วแม่ของเขาก็คงจะโดนฆ่าตายไปด้วย เขาร้องไห้อย่างหนัก และรู้ดีว่าแม่ของเขาคงไม่มีทางกลับมาได้แล้ว เขาตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน....ก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไง...แต่ตอนนั้น คุณคุโรซากิ อิชชิน ที่เป็นเพื่อนของแม่ก็ได้ยื่นมาเข้าช่วยเหลือ คุณอิชชินรับเขามาเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี แม้จะยังมีความเศร้าบ้าง แต่ก็ได้ลูกๆของคุณอิชชินที่ช่วยมาเป็นเพื่อนเล่นทำให้หายเศร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น อิจิโกะ ลูกชายคนโตที่เปรียบเหมือนพี่ชายของเขา แถมยังมีคาริน แล้วก็ ยูซึ ที่เหมือนน้องสาวของเขาอีก ทุกวันนี้เขามีความสุขดีจริงๆนะ.....

อืม....หลังจากที่ฮานาทาโร่ มาอยู่ที่นี่ได้ 1 ปี ฉันเองก็ตามมาอยู่ด้วยนี่นา สาวผมดำว่าต่อ...ใช่แล้ว เธอเองก็เป็นคนไม่มีครอบครับแต่ก็ได้รับความกรุณาจาก คุโรซากิ อิชชิน เช่นกัน และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับฮานาทาโร่ เขาแล้วก็เธอเลยได้เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุดเลย....ทั้งสองแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีฟ้าคราม และแสงแดดก็เริ่มส่องเข้าตาจนแสบไปหมด....

กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวเขาจะรอกัน ลูเคียเอ่ยขณะจูงมอของเด็กหนุ่มเดินกลับเข้าไปในสถานทีที่เรียกว่าบ้าน แท้จริงก็คือสถานพยาบาลชั้นเลิศที่อิชชินเข้ามาเปิดในเมืองลูคอน และเป็นสถานพยาบาลที่มีคนมาใช้บริการมากที่สุดอีกด้วย....

ภายในบ้านก็ช่างดูเงียบสงบ จนกระทั่ง......

อิจิโกะ~!!! ท่านพ่อประจำบ้านเริ่มโหวกเหวกโวยวาย ก่อนจะพยายามพุ่งเข้ากอดลูกชายร่างสูงผมส้ม ที่รับมือด้วยยกบาทาขึ้นลูบพักตร์ของผู้เป็นบิดาอย่างเคยชิน....

ยอดเยี่ยมมากสมกับเป็นลูกพ่อ!!!~ ชายหนุ่มร่างใหญ่เอ่ยชม ขณะพยายามจะพุ่งเข้ากอดอีกครั้ง แต่ก็วายก็โดนศอกทุบลงไปที่กลางกระหม่อมเต็มๆ ดับอนาถ....

หนวกหูจริงพ่อ อิจิโกะเอ่ยเสียงเรียบขณะยกกาแฟม็อคค่ฝีมือของยูซึขึ้นจิบช้าๆ...คารินไม่ได้ต่อว่าหรืออะไร เพียงแต่กำลังช่วยยูซึจัดโต๊ะทานข้าว ส่วนยูซึก็ยกอาหารเช้าออกมาเตรียมพร้อมรอเวลาที่จะทานพร้อมกัน....

กลับมาแล้วครับ/คะ เสียงของสองหนุ่มสาวที่ทุกคนกำลังรอแว่วขึ้น ขณะที่ฮานาทาโร่และลูเคียกำลังเดินเข้ามาช่วยยูซึยกอาหารไปบนโต๊ะด้วย...

ออกไปดูท้องฟ้ามาอีกแล้วเหรอ ฮานาทาโร่คุง อิชชินเอ่ยขึ้นขณะยันตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ....

ครับ เด็กหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับคลี่รอยยิ้มดีอกดีใจไปพร้อมกัน....

ท่าทางลูเคียจัง จะโดนฮานะจังลากออกไปอีกแล้วสินะ เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยถามกับสาวผมดำที่นั่งลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่ยังคงหลงเหลือความง่วงเอาไว้....

อืม ก็ประมาณนั้นแหละ.... ลูเคียตอบเรียบๆ และพอพร้อมหน้ากันทุกคนก็เริ่มลงมือทานข้าว ดันตามปกติ บรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้แหละ....ที่ทำให้สองผู้อยู่พักอาศัยไม่เคยต้องรู้สึกเหงาใจเลย....

....ผมมีความสุขจริงๆ.....

.....ที่ได้อยู่กับครอบครัวนี้.......

หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยูซึกับฮานาทาโร่ก็ช่วยกันเก็บล้างจานชาม และจากนั้นก็ออกไปช่วยท่านพ่อแห่งบ้านที่สถานพยาบาล....เห็นเด็กหนุ่มผมดำจะดูเป็นคนอ่อนปวกเปียกเป็นที่พึ่งอะไรไม่ค่อยได้แต่จริงๆแล้ว...เขาเป็นคนที่สามาถจะเป็นหมอได้สบายๆ เขารักษาคนไข้ได้ดีมาก เพียงแค่อิชชินสอนเขาเพียงครั้งเดียวเขาก็จดจำได้ทั้งหมดทั้งวิธีการดูโรค วิธีการรักษา และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นเขาจึงเป็นกำลังสำคัญให้กับสถานพยาบาลแห่งนี้เลยทีเดียว....

คุณยายไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ รักษาตัวหน่อยนะครับ.... เด็กหนุ่มร่างเล็กเอ่ยบอกกับคุณยายที่เป็นคนไข้ขาประจำของเขา ขณะที่เขาจัดการจัดยาให้กับคนไข้อย่างดี...

ขอบใจนะจ๊ะ ฮานาทาโร่คุงนี่เก่งจริงๆเลยนะ มาช่วยคุณหมอคุโรซากิแบบนี้น่ะ ยายชราคนนั้นเอ่ยชม หนุ่มน้อยเริ่มออกการเขินเล็กน้อย แต่กลับไปอย่างถ่อมตัวตามนิสัย....

ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ คุณยายก็พูดเกินไปนะครับ

ไม่หรอก ฮานาทาโร่คุงนี่เป็นเด็กดีจริงๆนะ งั้นยายไปก่อนนะจ๊ะ ยายคนนั้นรับยาและจึงออกไปจ่ายเงินกับลูเคียที่ยืนเป็นแคชเชียร์อยู่....และแน่นอนว่าเด็กหนุ่มก็ไม่เคยที่ลืมที่จะพูดว่า...

ครับ รักษาตัวด้วยนะครับ พอคนไข้จากไปแล้ว สาวผมดำก็เดินเข้ามาเขา...ที่ยังคงยิ้มอยู่ไม่จางหาย....

เจ้านี่เก่งจังเลยนะฮานาทาโร่ ตอนนี้รักษาคนไข้แทนคุณอิชชินได้เลยนะเนี่ย เธอบอกกับเขาอย่างชื่นชม หลังจากที่ได้เห็นคนไข้รายแล้วรายเล่าที่เดินออกจากสถานพยาบาลด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มหลังจากที่ได้รับการรักษาจาก เด็กหนุ่มคนนี้.....

ข้าไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้นหรอกครับ ข้ายังต้องศึกษาจากคุณอิชชินอีกนานเลยล่ะครับ กว่าจะเป็นหมอที่ดีได้น่ะครับ เขาถ่อมตัวอีกแล้ว แต่ก็นะ.....เพราะนิสัยที่ชอบถ่อมตัวอยู่เสมอ จึงทำให้เขาเป็นที่รักของทุกคนในเมือง....

เจ้า 2 คนอู้งานเหรอ เดี๋ยวข้าก็เอาไปฟ้องคุณหมอคุโรซากิหรอก เสียงๆหนึ่งดังขึ้น แน่ล่ะว่าเป็นเสียงที่คุ้นเคยคงจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก ชายหนุ่มร่างสูงผมแดงที่ถูดมัดขึ้นไปสูง พร้อมด้วยรอยสักตามด้านข้างของใบหน้า....

เร็นจิ....มาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย ลูเคียเอ่ยเรียกอะคันตุกะผู้มาใหม่อย่างสนิทชิดเชื้อกันดี...

พอดีจะมาชวนเจ้าอิจิโกะออกไปข้างนอกด้วยกันหน่อยน่ะ แล้วเจ้าบ้านั่นอยู่ไหนเนี่ย หนุ่มผมแดงว่าขึ้นขณะสอดส่องสายตาตามหาเจ้าหัวส้มไปให้ทั่ว

อยู่ข้างบนน่ะ เดี๋ยวข้าจะไปตามให้นะ ฝ่ายหญิงสาวเสนอตัวขึ้น...แต่หนุ่มผมแดงก็กลับคว้าข้อมือของเธอไว้อย่างเบามือ ซึ่งทำให้หญิงสาวเกิดอาการงุนงงขึ้นมา....พอเห็นสถานการณ์แบบนั้นเด็กหนุ่มร่างบางก็เลยพูดขึ้นแทนว่า

เดี๋ยวข้าไปเรียกให้แทนแล้วกัน แล้วเขาก็รีบขึ้นไปตามผู้เป็นเหมือนพี่ชายที่ชั้นสองในทันที...เขารู้ดีอยู่หรอกว่า อาบาราอิ เร็นจิ น่ะแอบชอบคุณลูเคียมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่ที่หนุ่มผมแดงมารับการรักษาที่สถานพยาบาลแห่งนี้....และดูเหมือนว่า...ตัวหญิงสาวเองก็จะแอบมีใจให้หนุ่มผมแดงเหมือนกัน....คิดว่านะ.....

พอเขาตามอิจิโกะให้ลงไปพบกับอาบาราอิแล้ว ทั้งสองหนุ่มก็กอดคอกันออกไปเที่ยว เหลือแต่สองหนุ่มสาวที่ยังคงอยู่ในสถานพยาบาลแห่งนี้...ถ้าถามว่าไปไหนกันหมดน่ะเหรอ?....คุณอิชชินวันนี้ไปหาเพื่อนเก่าอย่างคุณอุราฮาร่า....คุณอิจิโกะก็พึ่งไปเมื่อตะกี้นี้เอง....คารินจังออกไปเล่นกับเพื่อน....ส่วนยูซึจังก็ออกไปซื้อของ.....เลยเหลือพวกเขาสองเพื่อนรักเฝ้าสถานพยาบาลกันอยู่สองคน....

อ๊ะ! จริงด้วยลืมไปเลย! ลูเคียอุทานขึ้นทำเอาเด็กหนุ่มผมดำที่อยู่ด้านข้างเธอพลอยสะดุ้งไปด้วย

อะ....อะไรเหรอครับ....คุณลูเคีย

ลืมเอาไอ้นี้ให้เร็นจิซะสนิทเลย.... สาวน้อยว่าขึ้นอย่างผิดหวังขณะหยิบกล่องที่ถูกห่อผ้าสีขาวสะอาดอย่างดีขึ้นมาดู....

นั่นอะไรเหรอครับ? คุณลูเคีย หนุ่มน้อยถามขึ้นอย่างแปลกใจ....ใบหน้าของหญิงสาวพลันดูหมองขึ้นทันตาเห็น....

อ๋อ....นี่น่ะเหรอ?....เป็นยาบำรุงน่ะ...เห็นช่วงนี้เร็นจิดูเหนื่อยๆ....น่ะ แต่....ช่างเถอะ.... พอเห็นสีหน้าที่ดูผิดหวังแบบสุดขีดของเพื่อนสาวคนนี้แล้ว เขาก็อดเศร้าใจแทนไม่ได้....

งั้นก็เอาไปให้เขาสิครับ คุณเร็นจิน่ะ ฮานาทาโร่เริ่มออกอาการเชียร์อัพขึ้น.....

ไม่ได้หรอก ก็....ก็มัน...เขินนี่นา.... ลูเคียว่าขึ้นขณะที่ดวงหน้าก็พลันแดงก่ำไปหมด...พอเห็นแบบนั้นฮานาทาโร่ก็อดขำไม่ได้ เขาจึงคว้าห่อผ้านั้นไปจากมือของเธอ....

งั้น....ข้าจะเอาไปให้เขาเองนะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ รับรองว่าเขาต้องดีใจแน่ๆ! หนุ่มหน้าหวานเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเขาก็เริ่มวิ่งออกไปจากสถานพยาบาลหวังจะช่วยเพื่อนรักของเขา...โดยไม่ฟังคำห้ามปรามของลูเคียเลยแม้แต่น้อย......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เฮ้อ...ไอ้เราไปรับคำเขามา....แล้วจะไปให้ที่ไหนดีล่ะเนี่ย เด็กหนุ่มผมดำพึมพำอย่างเหนื่อยใจกับความซื่อบื้อของตัวเอง ถึงจะตกปากรับคำมา แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้หรอก ว่าจะเอาห่อยาบำรุงนี่ไปให้คุณเร็นจิที่ไหนดี อยู่ดีนั่นแหละ...

.....เอ......

.....ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า คุณเร็นจิจะทำงานให้ตระกูลคุจิกิ.......

.....ที่อยู่ในเซย์เรย์เทย์......

พอนึกขึ้นได้เด็กหนุ่มก็เริ่มเดินไปยังประตูใหญ่ที่เป็นจุดเปลี่ยนไปยังเซย์เรย์เทย์ซึ่งนั่นคือเมืองที่เป็นศูนย์รวมของชนชั้นสูงของประเทศโซลโซไซตี้แห่งนี้.....ส่วนเมืองลูคอนที่เขาอยู่ก็เป็นแค่เมืองเล็กๆเท่านั้นเอง....หนุ่มน้อยเดินมาถึงปลายทางสิ้นสุดเมืองลูคิน จนถึงประตูปากทางเข้าเซย์เรย์เทย์......

.....ถึงจะรู้ว่าคุณเร็นจิทำงานที่ไหนก็เถอะ......

......แต่จะเข้าไปได้ยังไงล่ะ......

......เราเองก็เป็นแค่สามัญชนธรรมดาแถมไม่มีความเกี่ยวข้องกับเซย์เรย์เทย์อีก......

แล้วหนุ่มหน้าหวานก็เริ่มเกิดอาการคิดหนักจนควันออกหู ตอนนี้เขานึกอยากจะลงไปนอนกลิ้งๆคิดกับพื้นจริงๆ แต่ตัวเขาก็ยังมีจริตอายอยู่เลยไม่ทำ.....ตอนนั้นที่ตัวเขากำลังคิดหนักจนหัวแทบระเบิด เขาก็พบคู่ชายหนุ่ม(?) กับหญิงสาว กำลังทำท่าเลิ่กๆลั่กๆ เหมือนมองหาอะไรอยู่?....ถึงจะดูไม่ค่อยเต็มเท่าไหร แต่ก็...ลองเข้าไปถามคงจะไม่เสียหายอะไร.....

นี่!หาให้มันดีๆสิ ยัยโคเท็ตสึ!! ชายหนุ่มคนนั้นร้องโหวกเหวกใส่สาวผมซอยสั้นเข้า และดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้ว่ากันง่ายๆนะเนี่ย

เจ้านั่นแหละ!ที่ต้องหาให้ดีๆ โคซึบากิ!! กระแสไฟฟ้าเริ่มส่งเปรี๊ยะๆไปมาอย่างน่ากลัว ทำเอาหนุ่มน้อยชักจะกล้าๆกลัวๆขึ้นมาซะแล้ว....

อ่ะ....เอ่อ....ขอโทษนะครับ.... ฮานาทาโร่เรียกขึ้นอย่างเกร็งๆ สองคนนั้นหันขวับกลับมาหาเขาแทบจะพร้อมกัน ตอนแรกหน้าตาก็บูดบึ้งอยู่หรอก แต่พอได้เห็นหน้าตาน่ารักๆของฮานะจังแล้ว หน้าตาบูดบึ้งนั่นก็หายไปในทันที!!

ไง มีอะไรให้พี่ชายแสนใจดีคนนี้ช่วยรึเปล่า! โคซึบากิ เซ็นทาโร่ รีบเสนอขึ้นมาแถมยังบอกว่าตัวเองเป็นพี่ชายใจดีได้อย่างไม่ปากเอาเสียเลย พอหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันทีเช่นกัน!

ใครเป็นพี่ชายใจดีกัน!ข้าสิเป็นพี่สาวใจดี! ไหนจ๊ะ มีอะไรให้พี่สาวช่วยเหรอจ๊ะ? โคเท็ตสึ คิโยเนะ รีบสร้างใบหน้านางฟ้าขึ้นมาทันที

อ่ะ...เอ่อ...ครับ....คือว่ารู้จักทางไปบ้านตระกูลคุจิกิ ไหมครับ? พอดีว่าข้าจะไปหาคุณอาบาราอิ เร็นจิน่ะครับ... พอได้ยินคำถามของหนุ่มน้อยน่ารักเท่านั้นแหละ สองคนนั้นก็ถึงตาโตอ้าปากค้างไปตามๆกัน....

โคซึบากิ! เด็กคนนี้เค้าบอกว่าจะไปหาท่านอาบาราอิ! แถมบอกจะไปบ้านตระกูลคุจิกิ หรือว่า!? คิโยนะร้องโวยวายขึ้น ซึ่งตอนนี้ฝ่ายชายหนุ่มเองก็ยังตกตะลึงค้างไปอยู่ครู่ก่อนจะหันมาพยักให้สาวน้อย แล้วก็ทำสิ่งที่คาดไม่ถึง!

ชายหนุ่มร่างใหญ่นาม โคซึบากิ เซ็นทาโร่ อุ้มหนุ่มตัวเล็กขึ้นหิ้วบ่า แล้วพาวิ่งเข้าผ่านประตูเมืองเซย์เรย์เทย์ไปในบัดดล ร่างเล็กที่ยังงงกับเหตุการณ์ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเริ่มโวยวาย!

เฮ้! จะพาข้าไปไหนน่ะครับ ปล่อยข้าลงนะครับ! นอกจากจะไม่ปล่อยให้ลงแล้ว ยังเพิ่มกำลังแรงวิ่งไป ตอนนี้ร่างเล็กที่ถูกห้อยหัวพาดบ่าของคนวิ่งนั้นแทบจะ....ไอ้ข้าวเช้าที่ทานไปเมื่อเช้าแทบจะย้อนศรออกมา แต่เขาก็พยายามอดทนให้ถึงที่สุด...วิ่งมาได้ไม่นานฮานะจังที่เกือบสลบคาบ่านั้นก็ถูกวางลง....

.....อ๋อย......

.....ตาลายไปหมดแล้ว @.@ .......

.....แล้วที่นี่......

.....ที่ไหนล่ะเนี่ย?.......

ร่างเล็กหันไปมองสถานที่ๆชายหนุ่มแบกเขาเข้ามาในเซย์เรย์เทย์แห่งนี้ สิ่งแรกที่สายตาพบเจอนั้น เขาเกือบจะอ้าปากค้าง บ้านหลังใหญ่แบบญี่ปุ่น ใหญ่ชนิดที่ว่าเอาสถานพยาบาลที่เขาอยู่มารวมกัน 2 หลังก็ยังใหญ่เท่าบ้านนี้ไม่ได้เลย.....

เอ้า!เร็ว! เจ้ารีบเข้าไปเร็ว อย่าให้ท่านเจ้าบ้านคุจิกิต้องรอนาน โคซึบากิว่าขึ้นขณะผลักเขาเข้าไปในบ้าน หนุ่มน้อยที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ไม่หาย....แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันล่ะนี่.....แล้วที่นี่น่ะเหรอ? บ้านของตระกูลคุจิกิ.....

ทันทีที่ถูกผลักเข้าข้ามรั้วประตูบ้านแห่งนี้ เขาก็ชนเข้าให้กับหญิงสาวสวยผมพยักบลอนด์เข้าให้ แถมท่าทาง....คุณเธอคนนี้ซุปเปอร์จะเซ็กซี่ไดนาไมท์เลยให้ตายสิ!....

ขะ...ขอโทษครับ!!//////////ฮานาทาโร่รีบผละออกมาโค้งขอโทษเป็นการใหญ่ ฝ่ายหญิงสาวพอได้เห็นท่าทางน่ารักเช่นนั้นแล้วก็นึกขำขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นว่า...

เจ้ามากับ เซ็นทาโร่ กับคิโยเนะสินะ....อืม...งั้นก็รีบหน่อยแล้วกัน~ สาวสวยคนนั้นพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจูงมอเข้าลากไปเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่เป็นห้องเล็กๆภายในบ้านหลังนั้น ก่อนจะยื่นกระดาษบางอย่างให้กับเขา....

เอ๋? นี่มันอะไรกันครับ? เด็กหนุ่มผมดำถามขึ้นดูเหมือนว่าจะเป็นใบสัญญาอะไรซักหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ฝ่ายหญิงสาวคนนั้น รีบคะยั้นคะยอเอาพู่กันมาให้เขา

เอ้า!รีบเขียนชื่อของเจ้าซะสิ เธอว่าขึ้นและด้วยความเป็นเด็กดี โดยไม่ถามอะไรสักคำเขาก็บรรจงเขียนชื่อของเขาลงไปในเส้นขีดด้านล่างสุดของกระดาษนั่นเอง.....แล้วจึงยื่นกระดาษนั้นกลับไปให้กับสาวเซ็กซี่คนนั้น....

ยามาดะ ฮานาทาโร่เหรอ? ชื่อน่ารักดีนะ เอาล่ะเรียบร้อยๆ~ เดี๋ยวจะมีคนพาเจ้าไปหาท่านเจ้าบ้านนะ เธอว่าขึ้นด้วยสีหน้าอารมณ์ดีขณะผลักเขาออกไปจากห้องอีกคน และที่หน้าห้องนั้นมีหญิงสาวที่คาดว่าคงเป็นสาวใช้ของที่นี่มายืนรออยู่หน้าห้องแล้ว....

ดะ....เดี๋ยว!นี่มันเรื่องอะไรกันครับ! เขาร้องอย่างตกใจ ฝ่ายหญิงสาวคนนั้นส่งยิ้มร่าเริงให้ก่อนจะพูดอย่างไม่สนใจในสิ่งที่เขาถามเอาเสียเลย!

โชคดีๆนะจ๊า ข้าชื่อ มัตสึโมโตะ รันงิคุ ถ้าเจอกันก็ทักได้นะจ้า~ เจ้าหล่อนแค่บอกชื่อ ก่อนจะปล่อยให้เขาถูกสาวใช้คนนั้นพาตัวไปเท่านั้นเอง....

.....นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย!!!!.

นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น.........

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ่ะ...เอ่อ....ขอถามหน่อยได้ไหมครับ?

คะ อะไรคะ? สาวรับใช้คนนั้นเอ่ยบอก แม้จะยังคงเดินนำหน้าเด็กหนุ่มต่อไปก็ตามที....

คือว่า....นี่....กำลังจะไปไหนเหรอครับ? เขาถามขึ้นอย่างหวั่น ขณะผ่านทางเดินกว้างขวางที่รอบด้านมีแต่ของตกแต่งราคาแพงทั้งสิ้น....

ก็ไปหา ท่านเจ้าบ้านสิคะ....ก็ท่านเป็น ผู้รับใช้ส่วนตัวของท่านเจ้าบ้านนิคะ พอได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละ เขาก็หูผึ่งดวงหน้าเริ่มแสดงความแปลกประหลาดใจ....ผู้รับใช้ส่วนตัว?....เขาไปตกลงตอนไหนล่ะเนี่ย!!!

คะ...คือว่า คงเข้าใจผิดแล้วมั้งครับ ผมไม่ใช่..... เด็กหนุ่มพยายามจะแก้ต่างแต่ดูเหมือนจะไร้ผล.....

ไม่ผิดหรอกคะ ก็เมื่อสักครู่ท่านเซ็นลงไปในใบสัญญาการเป็นผู้รับใช้ส่วนตัวของท่านเจ้าบ้านแล้วนิคะ เขาแทบจะค้างอีกครั้ง...ใบสัญญา?...หรือว่าไอ้ใบที่ผู้หญิงที่ชื่อ มัตสึโมโตะ รันงิคุ ส่งให้เซ็นน่ะเหรอ!!.....

......ทำไม!......

......ทำไมผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย!.....

......แล้วนี่จะทำยังไงต่อไปดีล่ะเนี่ย!.....

ขณะที่ร่างเล็กกำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น หญิงสาวรับใช้ก็พาเข้ามาจนถึงห้องๆหนึ่ง หล่อนนั่งลงคุกเข่าก่อนจะเปิดประตูบ้านนั้นออก....

มาแล้วล่ะคะ ท่านเจ้าบ้าน เธอเอ่ยขึ้นกับบุคคลที่อยู่หลังบานประตูนั้น....เด็กหนุ่มค่อยๆมองผ่านประตูบานนั้น แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านบานประตูจนแสบตาไปหมด และในวินาทีที่แดดร่มนั่นเอง สิ่งที่หนุ่มน้อยน่ารักคนนี้ได้เห็นก็คือ......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

TBC

2006/Dec/08

Chapter 20: ค่ำคืนที่เปล่งประกาย....

.....ถ้าความเหงาส่งเสียงออกมาได้.....ถ้าสักครั้งที่จะลองเงี่ยหูฟัง...ก็คงจะได้รู้ว่า....ความเหงาพยายามจะบอกกับคุณเช่นไร......

อากาศยามเช้าวันนี้ก็ยังคงดูสดใสเช่นเคย ทั้งแสงแดอ่อนนุ่มละมุนไม่ร้อนก้อนไป ลมโกรกพัดน้อยๆทำให้อากาศสดชื่น เช้าวันที่สดใสของหลายๆคนเช่นนี้กลับเป็นวันที่มืดมนของใครบางคนที่นั่งอยู่ไม่ขยับจากเก้าอี้แสนสบายริมหน้าต่างชั้นสองของบ้านแคปริคอร์น และไม่มีวี่แววจะขยับไปไหนด้วย....

นี่ ชากะ....พี่จะไปแล้วนะ...... ชูร่าเอ่ยบอกแก่น้องชายของตนซึ่งยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ แม้เพียงคำพูดสักคำนั้นก็ยังไม่มี....

....เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าน้องชายของเขาเป็นอะไร ตอนกลับบ้านมาเมื่อวานก็เห็นแค่ว่านั่งคุดร้องไห้อยู่หน้าประตู ถามก็ไม่ตอบ เอาแต่นั่งนิ่งอยู่แบบนี้.....

ครับ....โชคดีนะครับ...พี่ เสียงหวานลอดตอบออกจากริมฝีปากสวยได้รูปนั้นอย่างเบาบาง แต่ถึงจะมีเสียงตอบหากแต่...ไม่มีการหันกลับมามองของเจ้าของดวงหน้าสวยนั้นเลย...ผู้เป็นพี่ถอนใจเบาๆก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างแล้วจึงออกไปทำงานตามปกติสุข...

ส่วนคนหน้าสวย....ยามนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวอีกครา แม้จะรู้ว่าอีกไม่นานเกินรอ พี่เลี้ยง ของเขาจะต้องมาถึงตามเวลาปกติ เป็นแน่....แต่....ถึงจะมาหรือไม่มาสำหรับเขา.....มันก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก.....

....ในเมื่อตอนนี้ ไอโอเรียไม่ใช่... พี่เลี้ยง ของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้วนี่นา.....

ชากะ อยู่ข้างบนเองเหรอ? นั่นไง....มาแล้วพี่เลี้ยงของเขา......เสียงถามไถ่พร้อมด้วยร่างของชายหนุ่มผู้สูงโปร่ง ที่เดินขึ้นมาหาร่างเพรียวเล็กที่ตอนนี้ชักจะเหมือนคนไร้จิตวิญญาณเข้าไปทุกที....

นี่เป็นอะไรไปน่ะ....เมื่อวานก็ทำท่าแปลกๆ...วันนี้ก็ทำอย่างกับวิญญาณหลุดแน่ะ ร่างสูงเอ่ยหยอกเย้าขณะลูบหัวของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่อย่างอ่อนโยน แต่เจ้าตัวก็ยังคงนิ่งเฉย....เหมือนกับไร้วิญญาณจริงๆนั่นแหละ.....

เฮ้อ...เอาเถอะ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ไอโอเรียเอ่ยพลางยักไหล่อย่างไม่อยากตื้อดึงดันอะไรมากมาย แต่ตัวเขาเอง....ก็....กลับเจ็บแปลกๆ.....

เออ...จริงด้วย ชากะ!! หลังจากความคิดที่ว่าจะไม่กวนใจร่างเพรียว อยู่ๆก็ชักเปลี่ยนใจแล้วร้องเรียกหนุ่มหน้าหวานออกมาจนเล่นเอาคนสวยสะดุ้งไปเลย....

วันนี้เราไปเที่ยวสวนสนุกกันนะ ^^!! นายสิงโตเอ่ยชวนขึ้นน้ำเสียงร่าเริงชนิดที่หาใครเปรียบเลยก็ว่าได้ หน้าตาพี่ท่านแทบจะเหมือนเจ้าเหมียวน้อยแล้ว....นี่ถ้ามีหู กับ หางยื่นออกมา ก็ยิ่งดูเหมือนแมวเข้าไปใหญ่....

.....เหอๆ....แต่ไอ้ท่าทีพิลึกพิลั่นนั่น....แถมยังชวนไปสวนสนุก....นี่คือ ราชสีห์ทองคำ ที่น่าเกรงขามจริงๆรึ!!!.....

อะไร...ของนาย.... นับได้ว่าเป็นประโยคแรกของวันนี้เลยก็ว่าได้สำหรับหนุ่มหน้าสวยผมทอง เพียงเท่านั้นก็เรียกขวัญกำลังใจจากพี่เลี้ยงหนุ่มขึ้นมาได้ทันทีแล้วก็ไม่วายฉุดกระชากลากดึงน้องหนูชากะขึ้นมาจากเก้าอี้ตัวสบายในฉับพลัน!

เฮ้ย!! จะพาฉันไปไหน!!! ร่างเล็กร้องโวยวายแทบลั่นบ้านบึ้ม ส่วนคนตัวสูงกลับหันมายิ้มร่าเริงดวงตาขยิบขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงแจ่มใสว่า...

ไปสวนสนุก!!! 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

~ยินดีต้อนรับสู่ Santuary Land ขอให้ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสนุกสนานกันนะคะ~ 

เสียงประกาศของหญิงสาวโฆษกประจำสวนสนุกชื่อดังที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมายหลายชนิดดังก้องขึ้นทั่วสารทิศตามสายสายลำโพงที่ติดไว้ตามมุมต่างๆของสวนสนุก....

....มันเอาจริง!....

....ไม่คิดเลยว่าไอ้บ้านี่จะเอาจริง!!.....

ชากะสบถพึมพำอยู่ในใจ ปากเริ่มกัดฟันกรอดๆกับตัวเอง ขณะที่นั่งเจ้าคนบ้าอยู่ตรงม้านั่งใกล้ๆร้านขายขนมขบเคี้ยวของสวนสนุกชื่อดังแซงทัวรี่แลนด์

เอ้า....นี่.... ไอโอเรียก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับไอศครีมโคนรสสตอเบอร์รี่ ที่ยื่นให้กับร่างบางรับมาเลียของหวานเย็นที่ทำให้ความหงุดหงิดเมื่อสักครู่ดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง....

เออ....นี่....ว่าแต่นายพาฉันมาที่นี่ทำไมน่ะ ชากะเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ขณะค่อยๆกัดโคนไอติมกรอบอร่อย ฝ่ายเจ้าคนพามากลับหนีหน้าซะดื้อๆแถมยังแสดงสีหน้าของคนที่กำลังเขินเต็มสตีมอีกต่างหาก....

เอ่อ.....ก็ไม่มีอะไรหรอก....เราไป....เล่นเครื่องเล่นกันเถอะ อุตส่าห์มาสวนสนุกทั้งที!! ไอโอเรียเปลี่ยนเรื่องแก้เขินไม่วาย ก็ฉุดร่างบางจากเก้าอี้พาไปเล่นเครื่องเล่นนู่นนี่ในทันใด ตั้งแต่บ้านกระจก รถไฟเหาะตีลังกา 5 ตลบ ชนิดที่ว่าเล่นกันจนกว่าจะอ้วกไปข้างเลย! แต่ถึงกระนั้นบรรยากาศของทั้งสองกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเท่านั้น....

....ผ่านไปเนิ่นนานจนเย็น.....

....ทั้งที่เขาถูกดึงฉุดกระชากมาที่นี่.......

....แต่ตอนนี้เขากลับ.....

.....อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไป.....

.....ไม่อยากที่จะแยกจากไปไหนเลย......

.....อยากให้ ณ ที่นี้มีเพียงเขาสองคนเท่านั้น.....

.....มีความสุขจัง.....

นี่ก็เย็นใกล้ค่ำแล้วนะ.... ไอโอเรียเอ่ยขึ้น ขณะแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มตกเย็น ดวงอาทิตย์ลูกใหญ่สี่แดงสดค่อยๆลับลงจากขอบฟ้าอย่างช้าๆ ช่างเป็นภาพที่งดงามจับใจเสียจริง สีท้องฟ้าที่งดงามสะท้อนแสงยามเย็นไปตามเครื่องเล่นสีสดมากมาย....

อืม....นั่นสินะ.... ร่างเพรียวตอบขณะชายตามองพระอาทิตย์ที่ส่องแสงยามเย็นอย่างงดงาม ทว่าสำหรับหนุ่มผมทองคนนี้แล้วดวงอาทิตย์ดวงนี้กลับ....

....ใจร้าย....

....ทำไมถึงต้องรีบตกด้วย.....

.....ทั้งที่อยากจะมีเวลาสักหน่อย......

.....อยากมีเวลาที่จะได้อยู่กับไอโอเรีย........

.....แบบนี้อีกสักหน่อยแท้ๆ......

นี่....ไอโอเรีย....ฉันมีเรื่องอยากขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหม? ชากะหันมาเอ่ยถามกับหนุ่มหล่อร่างสูงข้างตน ใบหน้าหวานแสดงการอ้อนวอนอย่างลึกซึ้งแบบนี้มีหรือที่พี่เลี้ยงคนนี้จะปฏิเสธได้ลงคอ....

ได้สิ...เรื่องอะไรเหรอชากะ พี่เลี้ยงหนุ่มตกปากรับคำในทันที แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องที่คนตรงหน้าต้องการคืออะไรก็ตามแต่ พอได้ยินคำตอบเช่นนั้น แขนเรียวขาวของร่างเล็กก็ยกขึ้นนิ้วเรียวสวยนั้นชี้ไปยังจุดที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ใหญ่ด้านหน้าพวกเขา....

ช่วยนั่ง....ชิงช้าสวรรค์กับฉันหน่อยได้ไหม?....แล้วฉันจะไม่ขอร้องอะไรนายอีกเลย ประโยคหลังนั้นก็เบาราวกับเสียงกระซิบ ดวงหน้าสวยก้มลงต่ำอย่างช้าๆ....ฝ่ายร่างสูงพอเห็นเช่นนี้ก็ระบายยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน....มือแข็งแกร่งคว้ามือเล็กของคนตัวบางมาจับไว้อย่างทะนุถนอมราวกับว่าบีบแรงกว่านี้มือข้างนี้จะขาดไปก็ไม่ปาน....

ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันเถอะชากะ เพียงประโยคเดียวที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นแบบที่เขาเองก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ก็ทำให้เขาได้แต่เดินตามพี่เลี้ยงสุดหล่อที่จูงมือเขาเดินนำไปยังทางขึ้นเครื่องชิงช้าสวรรค์เครื่องใหญ่สีแดงสด ตรงใจกลางเห็นเด่นชัดเป็นคำว่า Santuary Land