2007/May/30

Embraced Love:[Byakuya X Hanatarou]

Issue 1:

.....ซวยแล้ว....

ความคิดแรกของเด็กหนุ่มร่างเล็ก เจ้าของผมสั้นดำสนิท....ทันทีที่เขาก้าวมาในที่ผิดที่แบบนี้ ตามทางเดินของบ้านผู้ดีมีสกุลอย่างตระกูล คุจิกิ....เขาเดินตามหลังหญิงสาวคนใช้ไปอย่างเงียบๆ....ในใจก็แทบจะบ้าตาย!! เขาก้มลงมองห่อผ้าที่บรรจุยาชุดหนึ่งเอาไว้.....

.....ไม่น่าเลย......

.....ทำไมเราถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้เนี่ย!......

ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่อาจรู้ชะตาของตัวเองได้เลย นี่ถ้าไม่ใช่เพราะความผิดพลาดในตอนนั้นล่ะก็! เขาคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพที่อึดอัดแบบนี้หรอก!

เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อเช้านี้.......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ดวงตะวันเริ่มขึ้นจากขอบฟ้าทำให้ความมืดถูกขับไล่ไป เกิดแสงสีสลับระหว่างสีใวงกับสีส้มไปทั่วบริเวณเมืองลูคอน เหล่านกน้อยทั้งหลายพากันออกมาส่งเสียงเพลงขับขานประสานเสียงกันยามเช้า เหล่าบุปผา และต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบๆต่างพากันดูสดชื่นเมื่อพวกมันเริ่มได้รับแสงแดดยามเช้านี้เช่นกัน....

ว้าว วันนี้ท้องฟ้าสวยจังเลยนะครับ คุณลูเคีย หนุ่มน่ารักเจ้าของเรือนผมสีดำสั้นนุ่มสลวยว่าขึ้น ขณะที่เนตรสีดำสนิทนั้นจ้องมองไปยังฟากฟ้าสีม่วงสลับส้มนั้นอย่างอดตื่นเต้นไม่ได้....

หาวววว....ฮานาทาโร่เนี่ยจะชอบตื่นมาดูท้องฟ้ายามเช้านี่ ข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าปลุกข้ามาเป็นเพื่อนแบบนี้สิ สาวสวยผมดำบ่นไปพลางปิดปากที่เริ่มหาววอดๆไปพลาง มักจะเป็นแบบนี้ทุกเช้าที่หนุ่มน้อยหน้าหวานมักจะปลุกเธอขึ้นมาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเช่นนี้....

ก็แหม....คุณอิจิโกะต้องหงุดหงิดแน่ๆถ้าข้าไปปลุกเค้าขึ้นมา ถ้าไปปลุกคารินจังกับยูซึจังก็คงจะไม่ดี ผมเลยว่าปลุกคุณลูเคียนี่แหละดีที่สุด แม้คำพูดจะเป็นการแกมบังคับ แต่เด็กสาวเบื้องหน้าก็แค่ถอนใจเบาๆไม่ได้โกรธ โทษถือสา อะไรมากมาย แถมจะยังเอ็นดูเด็กหนุ่มหน้าหวานที่สูงไม่ต่างจากเธอมากเท่าไหร ยังไงก็เป็นหนุ่มน้อยตัวบางๆเท่านั้น.....

แล้วนี่คุณอิชชินล่ะ? ลูเคียถามขึ้นอย่างคนเหมือนพึ่งออก หนุ่มน้อยตัวบางที่เล่นให้ผีเสื้อตัวน้อยมาเกาะอยู่บนนิ้วมือหันมาตอบไปว่า

กำลังพักผ่อนน่ะครับ เห็นว่าเมื่อคืนจัดเอกสารจนดึกน่ะครับ

งั้นเหรอ....นั่นสินะ คุณอิชชินคงจะเหนื่อยน่ะ....แต่จะว่าไปนี่มันก็ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วสินะ สาวน้อยเอ่ยพึมพำขึ้น ตัวเขาที่ได้ยินก็ดูสะดุดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ซ่อนสีหน้าที่เหมือนจะเศร้าหมองไปด้วยรอยยิ้มของเขา...

นั่นสินะครับ....10 ปีแล้วนี่นา ที่พวกเราได้รับความกรุณาจากคุณอิชชิน ฮานาทาโร่เอ่ยขึ้น ขณะที่ดวงหน้าแหงนมองท้องฟ้าที่ค่อยๆเปลี่ยนสีไป และเริ่มนึกย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆที่แสนขมขื่น....

คนอย่างเขา...ยามาดะ ฮานาทาโร่....ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ตอนเด็กมีแต่ความทรงจำเลวร้ายของครอบครัว พ่อของเขาชอบดื่มเหล้าเมายาแล้วมาตบตีแม่ของเขาบ่อยๆ และเมื่อทนกันไม่ได้ ทั้งคู่หย่าร้างกันไป แม่ของเขาคอยเลี้ยงดูเขาด้วยความรักมาตลอดตั้งแต่วัยเยาว์ แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาซึ่งเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆหลังจากที่กลับมาจากการช่วยแม่ของเขาซื้อของ เขาก็พบร่างของแม่เขาที่อาบโชกไปด้วยเลือด ข้าวของเกลื่อนกระจายคงมีโจรร้ายบุกเข้ามาชิงทรัพย์แล้วแม่ของเขาก็คงจะโดนฆ่าตายไปด้วย เขาร้องไห้อย่างหนัก และรู้ดีว่าแม่ของเขาคงไม่มีทางกลับมาได้แล้ว เขาตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน....ก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปได้ยังไง...แต่ตอนนั้น คุณคุโรซากิ อิชชิน ที่เป็นเพื่อนของแม่ก็ได้ยื่นมาเข้าช่วยเหลือ คุณอิชชินรับเขามาเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี แม้จะยังมีความเศร้าบ้าง แต่ก็ได้ลูกๆของคุณอิชชินที่ช่วยมาเป็นเพื่อนเล่นทำให้หายเศร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น อิจิโกะ ลูกชายคนโตที่เปรียบเหมือนพี่ชายของเขา แถมยังมีคาริน แล้วก็ ยูซึ ที่เหมือนน้องสาวของเขาอีก ทุกวันนี้เขามีความสุขดีจริงๆนะ.....

อืม....หลังจากที่ฮานาทาโร่ มาอยู่ที่นี่ได้ 1 ปี ฉันเองก็ตามมาอยู่ด้วยนี่นา สาวผมดำว่าต่อ...ใช่แล้ว เธอเองก็เป็นคนไม่มีครอบครับแต่ก็ได้รับความกรุณาจาก คุโรซากิ อิชชิน เช่นกัน และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับฮานาทาโร่ เขาแล้วก็เธอเลยได้เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุดเลย....ทั้งสองแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีฟ้าคราม และแสงแดดก็เริ่มส่องเข้าตาจนแสบไปหมด....

กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวเขาจะรอกัน ลูเคียเอ่ยขณะจูงมอของเด็กหนุ่มเดินกลับเข้าไปในสถานทีที่เรียกว่าบ้าน แท้จริงก็คือสถานพยาบาลชั้นเลิศที่อิชชินเข้ามาเปิดในเมืองลูคอน และเป็นสถานพยาบาลที่มีคนมาใช้บริการมากที่สุดอีกด้วย....

ภายในบ้านก็ช่างดูเงียบสงบ จนกระทั่ง......

อิจิโกะ~!!! ท่านพ่อประจำบ้านเริ่มโหวกเหวกโวยวาย ก่อนจะพยายามพุ่งเข้ากอดลูกชายร่างสูงผมส้ม ที่รับมือด้วยยกบาทาขึ้นลูบพักตร์ของผู้เป็นบิดาอย่างเคยชิน....

ยอดเยี่ยมมากสมกับเป็นลูกพ่อ!!!~ ชายหนุ่มร่างใหญ่เอ่ยชม ขณะพยายามจะพุ่งเข้ากอดอีกครั้ง แต่ก็วายก็โดนศอกทุบลงไปที่กลางกระหม่อมเต็มๆ ดับอนาถ....

หนวกหูจริงพ่อ อิจิโกะเอ่ยเสียงเรียบขณะยกกาแฟม็อคค่ฝีมือของยูซึขึ้นจิบช้าๆ...คารินไม่ได้ต่อว่าหรืออะไร เพียงแต่กำลังช่วยยูซึจัดโต๊ะทานข้าว ส่วนยูซึก็ยกอาหารเช้าออกมาเตรียมพร้อมรอเวลาที่จะทานพร้อมกัน....

กลับมาแล้วครับ/คะ เสียงของสองหนุ่มสาวที่ทุกคนกำลังรอแว่วขึ้น ขณะที่ฮานาทาโร่และลูเคียกำลังเดินเข้ามาช่วยยูซึยกอาหารไปบนโต๊ะด้วย...

ออกไปดูท้องฟ้ามาอีกแล้วเหรอ ฮานาทาโร่คุง อิชชินเอ่ยขึ้นขณะยันตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ....

ครับ เด็กหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับคลี่รอยยิ้มดีอกดีใจไปพร้อมกัน....

ท่าทางลูเคียจัง จะโดนฮานะจังลากออกไปอีกแล้วสินะ เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยถามกับสาวผมดำที่นั่งลงบนโต๊ะด้วยท่าทีที่ยังคงหลงเหลือความง่วงเอาไว้....

อืม ก็ประมาณนั้นแหละ.... ลูเคียตอบเรียบๆ และพอพร้อมหน้ากันทุกคนก็เริ่มลงมือทานข้าว ดันตามปกติ บรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้แหละ....ที่ทำให้สองผู้อยู่พักอาศัยไม่เคยต้องรู้สึกเหงาใจเลย....

....ผมมีความสุขจริงๆ.....

.....ที่ได้อยู่กับครอบครัวนี้.......

หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยูซึกับฮานาทาโร่ก็ช่วยกันเก็บล้างจานชาม และจากนั้นก็ออกไปช่วยท่านพ่อแห่งบ้านที่สถานพยาบาล....เห็นเด็กหนุ่มผมดำจะดูเป็นคนอ่อนปวกเปียกเป็นที่พึ่งอะไรไม่ค่อยได้แต่จริงๆแล้ว...เขาเป็นคนที่สามาถจะเป็นหมอได้สบายๆ เขารักษาคนไข้ได้ดีมาก เพียงแค่อิชชินสอนเขาเพียงครั้งเดียวเขาก็จดจำได้ทั้งหมดทั้งวิธีการดูโรค วิธีการรักษา และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นเขาจึงเป็นกำลังสำคัญให้กับสถานพยาบาลแห่งนี้เลยทีเดียว....

คุณยายไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ รักษาตัวหน่อยนะครับ.... เด็กหนุ่มร่างเล็กเอ่ยบอกกับคุณยายที่เป็นคนไข้ขาประจำของเขา ขณะที่เขาจัดการจัดยาให้กับคนไข้อย่างดี...

ขอบใจนะจ๊ะ ฮานาทาโร่คุงนี่เก่งจริงๆเลยนะ มาช่วยคุณหมอคุโรซากิแบบนี้น่ะ ยายชราคนนั้นเอ่ยชม หนุ่มน้อยเริ่มออกการเขินเล็กน้อย แต่กลับไปอย่างถ่อมตัวตามนิสัย....

ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ คุณยายก็พูดเกินไปนะครับ

ไม่หรอก ฮานาทาโร่คุงนี่เป็นเด็กดีจริงๆนะ งั้นยายไปก่อนนะจ๊ะ ยายคนนั้นรับยาและจึงออกไปจ่ายเงินกับลูเคียที่ยืนเป็นแคชเชียร์อยู่....และแน่นอนว่าเด็กหนุ่มก็ไม่เคยที่ลืมที่จะพูดว่า...

ครับ รักษาตัวด้วยนะครับ พอคนไข้จากไปแล้ว สาวผมดำก็เดินเข้ามาเขา...ที่ยังคงยิ้มอยู่ไม่จางหาย....

เจ้านี่เก่งจังเลยนะฮานาทาโร่ ตอนนี้รักษาคนไข้แทนคุณอิชชินได้เลยนะเนี่ย เธอบอกกับเขาอย่างชื่นชม หลังจากที่ได้เห็นคนไข้รายแล้วรายเล่าที่เดินออกจากสถานพยาบาลด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มหลังจากที่ได้รับการรักษาจาก เด็กหนุ่มคนนี้.....

ข้าไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้นหรอกครับ ข้ายังต้องศึกษาจากคุณอิชชินอีกนานเลยล่ะครับ กว่าจะเป็นหมอที่ดีได้น่ะครับ เขาถ่อมตัวอีกแล้ว แต่ก็นะ.....เพราะนิสัยที่ชอบถ่อมตัวอยู่เสมอ จึงทำให้เขาเป็นที่รักของทุกคนในเมือง....

เจ้า 2 คนอู้งานเหรอ เดี๋ยวข้าก็เอาไปฟ้องคุณหมอคุโรซากิหรอก เสียงๆหนึ่งดังขึ้น แน่ล่ะว่าเป็นเสียงที่คุ้นเคยคงจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก ชายหนุ่มร่างสูงผมแดงที่ถูดมัดขึ้นไปสูง พร้อมด้วยรอยสักตามด้านข้างของใบหน้า....

เร็นจิ....มาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย ลูเคียเอ่ยเรียกอะคันตุกะผู้มาใหม่อย่างสนิทชิดเชื้อกันดี...

พอดีจะมาชวนเจ้าอิจิโกะออกไปข้างนอกด้วยกันหน่อยน่ะ แล้วเจ้าบ้านั่นอยู่ไหนเนี่ย หนุ่มผมแดงว่าขึ้นขณะสอดส่องสายตาตามหาเจ้าหัวส้มไปให้ทั่ว

อยู่ข้างบนน่ะ เดี๋ยวข้าจะไปตามให้นะ ฝ่ายหญิงสาวเสนอตัวขึ้น...แต่หนุ่มผมแดงก็กลับคว้าข้อมือของเธอไว้อย่างเบามือ ซึ่งทำให้หญิงสาวเกิดอาการงุนงงขึ้นมา....พอเห็นสถานการณ์แบบนั้นเด็กหนุ่มร่างบางก็เลยพูดขึ้นแทนว่า

เดี๋ยวข้าไปเรียกให้แทนแล้วกัน แล้วเขาก็รีบขึ้นไปตามผู้เป็นเหมือนพี่ชายที่ชั้นสองในทันที...เขารู้ดีอยู่หรอกว่า อาบาราอิ เร็นจิ น่ะแอบชอบคุณลูเคียมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่ที่หนุ่มผมแดงมารับการรักษาที่สถานพยาบาลแห่งนี้....และดูเหมือนว่า...ตัวหญิงสาวเองก็จะแอบมีใจให้หนุ่มผมแดงเหมือนกัน....คิดว่านะ.....

พอเขาตามอิจิโกะให้ลงไปพบกับอาบาราอิแล้ว ทั้งสองหนุ่มก็กอดคอกันออกไปเที่ยว เหลือแต่สองหนุ่มสาวที่ยังคงอยู่ในสถานพยาบาลแห่งนี้...ถ้าถามว่าไปไหนกันหมดน่ะเหรอ?....คุณอิชชินวันนี้ไปหาเพื่อนเก่าอย่างคุณอุราฮาร่า....คุณอิจิโกะก็พึ่งไปเมื่อตะกี้นี้เอง....คารินจังออกไปเล่นกับเพื่อน....ส่วนยูซึจังก็ออกไปซื้อของ.....เลยเหลือพวกเขาสองเพื่อนรักเฝ้าสถานพยาบาลกันอยู่สองคน....

อ๊ะ! จริงด้วยลืมไปเลย! ลูเคียอุทานขึ้นทำเอาเด็กหนุ่มผมดำที่อยู่ด้านข้างเธอพลอยสะดุ้งไปด้วย

อะ....อะไรเหรอครับ....คุณลูเคีย

ลืมเอาไอ้นี้ให้เร็นจิซะสนิทเลย.... สาวน้อยว่าขึ้นอย่างผิดหวังขณะหยิบกล่องที่ถูกห่อผ้าสีขาวสะอาดอย่างดีขึ้นมาดู....

นั่นอะไรเหรอครับ? คุณลูเคีย หนุ่มน้อยถามขึ้นอย่างแปลกใจ....ใบหน้าของหญิงสาวพลันดูหมองขึ้นทันตาเห็น....

อ๋อ....นี่น่ะเหรอ?....เป็นยาบำรุงน่ะ...เห็นช่วงนี้เร็นจิดูเหนื่อยๆ....น่ะ แต่....ช่างเถอะ.... พอเห็นสีหน้าที่ดูผิดหวังแบบสุดขีดของเพื่อนสาวคนนี้แล้ว เขาก็อดเศร้าใจแทนไม่ได้....

งั้นก็เอาไปให้เขาสิครับ คุณเร็นจิน่ะ ฮานาทาโร่เริ่มออกอาการเชียร์อัพขึ้น.....

ไม่ได้หรอก ก็....ก็มัน...เขินนี่นา.... ลูเคียว่าขึ้นขณะที่ดวงหน้าก็พลันแดงก่ำไปหมด...พอเห็นแบบนั้นฮานาทาโร่ก็อดขำไม่ได้ เขาจึงคว้าห่อผ้านั้นไปจากมือของเธอ....

งั้น....ข้าจะเอาไปให้เขาเองนะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ รับรองว่าเขาต้องดีใจแน่ๆ! หนุ่มหน้าหวานเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วเขาก็เริ่มวิ่งออกไปจากสถานพยาบาลหวังจะช่วยเพื่อนรักของเขา...โดยไม่ฟังคำห้ามปรามของลูเคียเลยแม้แต่น้อย......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เฮ้อ...ไอ้เราไปรับคำเขามา....แล้วจะไปให้ที่ไหนดีล่ะเนี่ย เด็กหนุ่มผมดำพึมพำอย่างเหนื่อยใจกับความซื่อบื้อของตัวเอง ถึงจะตกปากรับคำมา แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้หรอก ว่าจะเอาห่อยาบำรุงนี่ไปให้คุณเร็นจิที่ไหนดี อยู่ดีนั่นแหละ...

.....เอ......

.....ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่า คุณเร็นจิจะทำงานให้ตระกูลคุจิกิ.......

.....ที่อยู่ในเซย์เรย์เทย์......

พอนึกขึ้นได้เด็กหนุ่มก็เริ่มเดินไปยังประตูใหญ่ที่เป็นจุดเปลี่ยนไปยังเซย์เรย์เทย์ซึ่งนั่นคือเมืองที่เป็นศูนย์รวมของชนชั้นสูงของประเทศโซลโซไซตี้แห่งนี้.....ส่วนเมืองลูคอนที่เขาอยู่ก็เป็นแค่เมืองเล็กๆเท่านั้นเอง....หนุ่มน้อยเดินมาถึงปลายทางสิ้นสุดเมืองลูคิน จนถึงประตูปากทางเข้าเซย์เรย์เทย์......

.....ถึงจะรู้ว่าคุณเร็นจิทำงานที่ไหนก็เถอะ......

......แต่จะเข้าไปได้ยังไงล่ะ......

......เราเองก็เป็นแค่สามัญชนธรรมดาแถมไม่มีความเกี่ยวข้องกับเซย์เรย์เทย์อีก......

แล้วหนุ่มหน้าหวานก็เริ่มเกิดอาการคิดหนักจนควันออกหู ตอนนี้เขานึกอยากจะลงไปนอนกลิ้งๆคิดกับพื้นจริงๆ แต่ตัวเขาก็ยังมีจริตอายอยู่เลยไม่ทำ.....ตอนนั้นที่ตัวเขากำลังคิดหนักจนหัวแทบระเบิด เขาก็พบคู่ชายหนุ่ม(?) กับหญิงสาว กำลังทำท่าเลิ่กๆลั่กๆ เหมือนมองหาอะไรอยู่?....ถึงจะดูไม่ค่อยเต็มเท่าไหร แต่ก็...ลองเข้าไปถามคงจะไม่เสียหายอะไร.....

นี่!หาให้มันดีๆสิ ยัยโคเท็ตสึ!! ชายหนุ่มคนนั้นร้องโหวกเหวกใส่สาวผมซอยสั้นเข้า และดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้ว่ากันง่ายๆนะเนี่ย

เจ้านั่นแหละ!ที่ต้องหาให้ดีๆ โคซึบากิ!! กระแสไฟฟ้าเริ่มส่งเปรี๊ยะๆไปมาอย่างน่ากลัว ทำเอาหนุ่มน้อยชักจะกล้าๆกลัวๆขึ้นมาซะแล้ว....

อ่ะ....เอ่อ....ขอโทษนะครับ.... ฮานาทาโร่เรียกขึ้นอย่างเกร็งๆ สองคนนั้นหันขวับกลับมาหาเขาแทบจะพร้อมกัน ตอนแรกหน้าตาก็บูดบึ้งอยู่หรอก แต่พอได้เห็นหน้าตาน่ารักๆของฮานะจังแล้ว หน้าตาบูดบึ้งนั่นก็หายไปในทันที!!

ไง มีอะไรให้พี่ชายแสนใจดีคนนี้ช่วยรึเปล่า! โคซึบากิ เซ็นทาโร่ รีบเสนอขึ้นมาแถมยังบอกว่าตัวเองเป็นพี่ชายใจดีได้อย่างไม่ปากเอาเสียเลย พอหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขัดขึ้นมาทันทีเช่นกัน!

ใครเป็นพี่ชายใจดีกัน!ข้าสิเป็นพี่สาวใจดี! ไหนจ๊ะ มีอะไรให้พี่สาวช่วยเหรอจ๊ะ? โคเท็ตสึ คิโยเนะ รีบสร้างใบหน้านางฟ้าขึ้นมาทันที

อ่ะ...เอ่อ...ครับ....คือว่ารู้จักทางไปบ้านตระกูลคุจิกิ ไหมครับ? พอดีว่าข้าจะไปหาคุณอาบาราอิ เร็นจิน่ะครับ... พอได้ยินคำถามของหนุ่มน้อยน่ารักเท่านั้นแหละ สองคนนั้นก็ถึงตาโตอ้าปากค้างไปตามๆกัน....

โคซึบากิ! เด็กคนนี้เค้าบอกว่าจะไปหาท่านอาบาราอิ! แถมบอกจะไปบ้านตระกูลคุจิกิ หรือว่า!? คิโยนะร้องโวยวายขึ้น ซึ่งตอนนี้ฝ่ายชายหนุ่มเองก็ยังตกตะลึงค้างไปอยู่ครู่ก่อนจะหันมาพยักให้สาวน้อย แล้วก็ทำสิ่งที่คาดไม่ถึง!

ชายหนุ่มร่างใหญ่นาม โคซึบากิ เซ็นทาโร่ อุ้มหนุ่มตัวเล็กขึ้นหิ้วบ่า แล้วพาวิ่งเข้าผ่านประตูเมืองเซย์เรย์เทย์ไปในบัดดล ร่างเล็กที่ยังงงกับเหตุการณ์ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเริ่มโวยวาย!

เฮ้! จะพาข้าไปไหนน่ะครับ ปล่อยข้าลงนะครับ! นอกจากจะไม่ปล่อยให้ลงแล้ว ยังเพิ่มกำลังแรงวิ่งไป ตอนนี้ร่างเล็กที่ถูกห้อยหัวพาดบ่าของคนวิ่งนั้นแทบจะ....ไอ้ข้าวเช้าที่ทานไปเมื่อเช้าแทบจะย้อนศรออกมา แต่เขาก็พยายามอดทนให้ถึงที่สุด...วิ่งมาได้ไม่นานฮานะจังที่เกือบสลบคาบ่านั้นก็ถูกวางลง....

.....อ๋อย......

.....ตาลายไปหมดแล้ว @.@ .......

.....แล้วที่นี่......

.....ที่ไหนล่ะเนี่ย?.......

ร่างเล็กหันไปมองสถานที่ๆชายหนุ่มแบกเขาเข้ามาในเซย์เรย์เทย์แห่งนี้ สิ่งแรกที่สายตาพบเจอนั้น เขาเกือบจะอ้าปากค้าง บ้านหลังใหญ่แบบญี่ปุ่น ใหญ่ชนิดที่ว่าเอาสถานพยาบาลที่เขาอยู่มารวมกัน 2 หลังก็ยังใหญ่เท่าบ้านนี้ไม่ได้เลย.....

เอ้า!เร็ว! เจ้ารีบเข้าไปเร็ว อย่าให้ท่านเจ้าบ้านคุจิกิต้องรอนาน โคซึบากิว่าขึ้นขณะผลักเขาเข้าไปในบ้าน หนุ่มน้อยที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ไม่หาย....แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันล่ะนี่.....แล้วที่นี่น่ะเหรอ? บ้านของตระกูลคุจิกิ.....

ทันทีที่ถูกผลักเข้าข้ามรั้วประตูบ้านแห่งนี้ เขาก็ชนเข้าให้กับหญิงสาวสวยผมพยักบลอนด์เข้าให้ แถมท่าทาง....คุณเธอคนนี้ซุปเปอร์จะเซ็กซี่ไดนาไมท์เลยให้ตายสิ!....

ขะ...ขอโทษครับ!!//////////ฮานาทาโร่รีบผละออกมาโค้งขอโทษเป็นการใหญ่ ฝ่ายหญิงสาวพอได้เห็นท่าทางน่ารักเช่นนั้นแล้วก็นึกขำขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นว่า...

เจ้ามากับ เซ็นทาโร่ กับคิโยเนะสินะ....อืม...งั้นก็รีบหน่อยแล้วกัน~ สาวสวยคนนั้นพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจูงมอเข้าลากไปเข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่เป็นห้องเล็กๆภายในบ้านหลังนั้น ก่อนจะยื่นกระดาษบางอย่างให้กับเขา....

เอ๋? นี่มันอะไรกันครับ? เด็กหนุ่มผมดำถามขึ้นดูเหมือนว่าจะเป็นใบสัญญาอะไรซักหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ฝ่ายหญิงสาวคนนั้น รีบคะยั้นคะยอเอาพู่กันมาให้เขา

เอ้า!รีบเขียนชื่อของเจ้าซะสิ เธอว่าขึ้นและด้วยความเป็นเด็กดี โดยไม่ถามอะไรสักคำเขาก็บรรจงเขียนชื่อของเขาลงไปในเส้นขีดด้านล่างสุดของกระดาษนั่นเอง.....แล้วจึงยื่นกระดาษนั้นกลับไปให้กับสาวเซ็กซี่คนนั้น....

ยามาดะ ฮานาทาโร่เหรอ? ชื่อน่ารักดีนะ เอาล่ะเรียบร้อยๆ~ เดี๋ยวจะมีคนพาเจ้าไปหาท่านเจ้าบ้านนะ เธอว่าขึ้นด้วยสีหน้าอารมณ์ดีขณะผลักเขาออกไปจากห้องอีกคน และที่หน้าห้องนั้นมีหญิงสาวที่คาดว่าคงเป็นสาวใช้ของที่นี่มายืนรออยู่หน้าห้องแล้ว....

ดะ....เดี๋ยว!นี่มันเรื่องอะไรกันครับ! เขาร้องอย่างตกใจ ฝ่ายหญิงสาวคนนั้นส่งยิ้มร่าเริงให้ก่อนจะพูดอย่างไม่สนใจในสิ่งที่เขาถามเอาเสียเลย!

โชคดีๆนะจ๊า ข้าชื่อ มัตสึโมโตะ รันงิคุ ถ้าเจอกันก็ทักได้นะจ้า~ เจ้าหล่อนแค่บอกชื่อ ก่อนจะปล่อยให้เขาถูกสาวใช้คนนั้นพาตัวไปเท่านั้นเอง....

.....นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย!!!!.

นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น.........

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อ่ะ...เอ่อ....ขอถามหน่อยได้ไหมครับ?

คะ อะไรคะ? สาวรับใช้คนนั้นเอ่ยบอก แม้จะยังคงเดินนำหน้าเด็กหนุ่มต่อไปก็ตามที....

คือว่า....นี่....กำลังจะไปไหนเหรอครับ? เขาถามขึ้นอย่างหวั่น ขณะผ่านทางเดินกว้างขวางที่รอบด้านมีแต่ของตกแต่งราคาแพงทั้งสิ้น....

ก็ไปหา ท่านเจ้าบ้านสิคะ....ก็ท่านเป็น ผู้รับใช้ส่วนตัวของท่านเจ้าบ้านนิคะ พอได้ยินคำตอบเท่านั้นแหละ เขาก็หูผึ่งดวงหน้าเริ่มแสดงความแปลกประหลาดใจ....ผู้รับใช้ส่วนตัว?....เขาไปตกลงตอนไหนล่ะเนี่ย!!!

คะ...คือว่า คงเข้าใจผิดแล้วมั้งครับ ผมไม่ใช่..... เด็กหนุ่มพยายามจะแก้ต่างแต่ดูเหมือนจะไร้ผล.....

ไม่ผิดหรอกคะ ก็เมื่อสักครู่ท่านเซ็นลงไปในใบสัญญาการเป็นผู้รับใช้ส่วนตัวของท่านเจ้าบ้านแล้วนิคะ เขาแทบจะค้างอีกครั้ง...ใบสัญญา?...หรือว่าไอ้ใบที่ผู้หญิงที่ชื่อ มัตสึโมโตะ รันงิคุ ส่งให้เซ็นน่ะเหรอ!!.....

......ทำไม!......

......ทำไมผมต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย!.....

......แล้วนี่จะทำยังไงต่อไปดีล่ะเนี่ย!.....

ขณะที่ร่างเล็กกำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น หญิงสาวรับใช้ก็พาเข้ามาจนถึงห้องๆหนึ่ง หล่อนนั่งลงคุกเข่าก่อนจะเปิดประตูบ้านนั้นออก....

มาแล้วล่ะคะ ท่านเจ้าบ้าน เธอเอ่ยขึ้นกับบุคคลที่อยู่หลังบานประตูนั้น....เด็กหนุ่มค่อยๆมองผ่านประตูบานนั้น แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านบานประตูจนแสบตาไปหมด และในวินาทีที่แดดร่มนั่นเอง สิ่งที่หนุ่มน้อยน่ารักคนนี้ได้เห็นก็คือ......

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

TBC

2006/Dec/08

Chapter 20: ค่ำคืนที่เปล่งประกาย....

.....ถ้าความเหงาส่งเสียงออกมาได้.....ถ้าสักครั้งที่จะลองเงี่ยหูฟัง...ก็คงจะได้รู้ว่า....ความเหงาพยายามจะบอกกับคุณเช่นไร......

อากาศยามเช้าวันนี้ก็ยังคงดูสดใสเช่นเคย ทั้งแสงแดอ่อนนุ่มละมุนไม่ร้อนก้อนไป ลมโกรกพัดน้อยๆทำให้อากาศสดชื่น เช้าวันที่สดใสของหลายๆคนเช่นนี้กลับเป็นวันที่มืดมนของใครบางคนที่นั่งอยู่ไม่ขยับจากเก้าอี้แสนสบายริมหน้าต่างชั้นสองของบ้านแคปริคอร์น และไม่มีวี่แววจะขยับไปไหนด้วย....

นี่ ชากะ....พี่จะไปแล้วนะ...... ชูร่าเอ่ยบอกแก่น้องชายของตนซึ่งยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ แม้เพียงคำพูดสักคำนั้นก็ยังไม่มี....

....เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าน้องชายของเขาเป็นอะไร ตอนกลับบ้านมาเมื่อวานก็เห็นแค่ว่านั่งคุดร้องไห้อยู่หน้าประตู ถามก็ไม่ตอบ เอาแต่นั่งนิ่งอยู่แบบนี้.....

ครับ....โชคดีนะครับ...พี่ เสียงหวานลอดตอบออกจากริมฝีปากสวยได้รูปนั้นอย่างเบาบาง แต่ถึงจะมีเสียงตอบหากแต่...ไม่มีการหันกลับมามองของเจ้าของดวงหน้าสวยนั้นเลย...ผู้เป็นพี่ถอนใจเบาๆก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างแล้วจึงออกไปทำงานตามปกติสุข...

ส่วนคนหน้าสวย....ยามนี้ก็ต้องอยู่คนเดียวอีกครา แม้จะรู้ว่าอีกไม่นานเกินรอ พี่เลี้ยง ของเขาจะต้องมาถึงตามเวลาปกติ เป็นแน่....แต่....ถึงจะมาหรือไม่มาสำหรับเขา.....มันก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก.....

....ในเมื่อตอนนี้ ไอโอเรียไม่ใช่... พี่เลี้ยง ของเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้วนี่นา.....

ชากะ อยู่ข้างบนเองเหรอ? นั่นไง....มาแล้วพี่เลี้ยงของเขา......เสียงถามไถ่พร้อมด้วยร่างของชายหนุ่มผู้สูงโปร่ง ที่เดินขึ้นมาหาร่างเพรียวเล็กที่ตอนนี้ชักจะเหมือนคนไร้จิตวิญญาณเข้าไปทุกที....

นี่เป็นอะไรไปน่ะ....เมื่อวานก็ทำท่าแปลกๆ...วันนี้ก็ทำอย่างกับวิญญาณหลุดแน่ะ ร่างสูงเอ่ยหยอกเย้าขณะลูบหัวของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่อย่างอ่อนโยน แต่เจ้าตัวก็ยังคงนิ่งเฉย....เหมือนกับไร้วิญญาณจริงๆนั่นแหละ.....

เฮ้อ...เอาเถอะ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ไอโอเรียเอ่ยพลางยักไหล่อย่างไม่อยากตื้อดึงดันอะไรมากมาย แต่ตัวเขาเอง....ก็....กลับเจ็บแปลกๆ.....

เออ...จริงด้วย ชากะ!! หลังจากความคิดที่ว่าจะไม่กวนใจร่างเพรียว อยู่ๆก็ชักเปลี่ยนใจแล้วร้องเรียกหนุ่มหน้าหวานออกมาจนเล่นเอาคนสวยสะดุ้งไปเลย....

วันนี้เราไปเที่ยวสวนสนุกกันนะ ^^!! นายสิงโตเอ่ยชวนขึ้นน้ำเสียงร่าเริงชนิดที่หาใครเปรียบเลยก็ว่าได้ หน้าตาพี่ท่านแทบจะเหมือนเจ้าเหมียวน้อยแล้ว....นี่ถ้ามีหู กับ หางยื่นออกมา ก็ยิ่งดูเหมือนแมวเข้าไปใหญ่....

.....เหอๆ....แต่ไอ้ท่าทีพิลึกพิลั่นนั่น....แถมยังชวนไปสวนสนุก....นี่คือ ราชสีห์ทองคำ ที่น่าเกรงขามจริงๆรึ!!!.....

อะไร...ของนาย.... นับได้ว่าเป็นประโยคแรกของวันนี้เลยก็ว่าได้สำหรับหนุ่มหน้าสวยผมทอง เพียงเท่านั้นก็เรียกขวัญกำลังใจจากพี่เลี้ยงหนุ่มขึ้นมาได้ทันทีแล้วก็ไม่วายฉุดกระชากลากดึงน้องหนูชากะขึ้นมาจากเก้าอี้ตัวสบายในฉับพลัน!

เฮ้ย!! จะพาฉันไปไหน!!! ร่างเล็กร้องโวยวายแทบลั่นบ้านบึ้ม ส่วนคนตัวสูงกลับหันมายิ้มร่าเริงดวงตาขยิบขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงแจ่มใสว่า...

ไปสวนสนุก!!! 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

~ยินดีต้อนรับสู่ Santuary Land ขอให้ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสนุกสนานกันนะคะ~ 

เสียงประกาศของหญิงสาวโฆษกประจำสวนสนุกชื่อดังที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมายหลายชนิดดังก้องขึ้นทั่วสารทิศตามสายสายลำโพงที่ติดไว้ตามมุมต่างๆของสวนสนุก....

....มันเอาจริง!....

....ไม่คิดเลยว่าไอ้บ้านี่จะเอาจริง!!.....

ชากะสบถพึมพำอยู่ในใจ ปากเริ่มกัดฟันกรอดๆกับตัวเอง ขณะที่นั่งเจ้าคนบ้าอยู่ตรงม้านั่งใกล้ๆร้านขายขนมขบเคี้ยวของสวนสนุกชื่อดังแซงทัวรี่แลนด์

เอ้า....นี่.... ไอโอเรียก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับไอศครีมโคนรสสตอเบอร์รี่ ที่ยื่นให้กับร่างบางรับมาเลียของหวานเย็นที่ทำให้ความหงุดหงิดเมื่อสักครู่ดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง....

เออ....นี่....ว่าแต่นายพาฉันมาที่นี่ทำไมน่ะ ชากะเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ขณะค่อยๆกัดโคนไอติมกรอบอร่อย ฝ่ายเจ้าคนพามากลับหนีหน้าซะดื้อๆแถมยังแสดงสีหน้าของคนที่กำลังเขินเต็มสตีมอีกต่างหาก....

เอ่อ.....ก็ไม่มีอะไรหรอก....เราไป....เล่นเครื่องเล่นกันเถอะ อุตส่าห์มาสวนสนุกทั้งที!! ไอโอเรียเปลี่ยนเรื่องแก้เขินไม่วาย ก็ฉุดร่างบางจากเก้าอี้พาไปเล่นเครื่องเล่นนู่นนี่ในทันใด ตั้งแต่บ้านกระจก รถไฟเหาะตีลังกา 5 ตลบ ชนิดที่ว่าเล่นกันจนกว่าจะอ้วกไปข้างเลย! แต่ถึงกระนั้นบรรยากาศของทั้งสองกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเท่านั้น....

....ผ่านไปเนิ่นนานจนเย็น.....

....ทั้งที่เขาถูกดึงฉุดกระชากมาที่นี่.......

....แต่ตอนนี้เขากลับ.....

.....อยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไป.....

.....ไม่อยากที่จะแยกจากไปไหนเลย......

.....อยากให้ ณ ที่นี้มีเพียงเขาสองคนเท่านั้น.....

.....มีความสุขจัง.....

นี่ก็เย็นใกล้ค่ำแล้วนะ.... ไอโอเรียเอ่ยขึ้น ขณะแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มตกเย็น ดวงอาทิตย์ลูกใหญ่สี่แดงสดค่อยๆลับลงจากขอบฟ้าอย่างช้าๆ ช่างเป็นภาพที่งดงามจับใจเสียจริง สีท้องฟ้าที่งดงามสะท้อนแสงยามเย็นไปตามเครื่องเล่นสีสดมากมาย....

อืม....นั่นสินะ.... ร่างเพรียวตอบขณะชายตามองพระอาทิตย์ที่ส่องแสงยามเย็นอย่างงดงาม ทว่าสำหรับหนุ่มผมทองคนนี้แล้วดวงอาทิตย์ดวงนี้กลับ....

....ใจร้าย....

....ทำไมถึงต้องรีบตกด้วย.....

.....ทั้งที่อยากจะมีเวลาสักหน่อย......

.....อยากมีเวลาที่จะได้อยู่กับไอโอเรีย........

.....แบบนี้อีกสักหน่อยแท้ๆ......

นี่....ไอโอเรีย....ฉันมีเรื่องอยากขอร้องอย่างหนึ่งได้ไหม? ชากะหันมาเอ่ยถามกับหนุ่มหล่อร่างสูงข้างตน ใบหน้าหวานแสดงการอ้อนวอนอย่างลึกซึ้งแบบนี้มีหรือที่พี่เลี้ยงคนนี้จะปฏิเสธได้ลงคอ....

ได้สิ...เรื่องอะไรเหรอชากะ พี่เลี้ยงหนุ่มตกปากรับคำในทันที แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องที่คนตรงหน้าต้องการคืออะไรก็ตามแต่ พอได้ยินคำตอบเช่นนั้น แขนเรียวขาวของร่างเล็กก็ยกขึ้นนิ้วเรียวสวยนั้นชี้ไปยังจุดที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ใหญ่ด้านหน้าพวกเขา....

ช่วยนั่ง....ชิงช้าสวรรค์กับฉันหน่อยได้ไหม?....แล้วฉันจะไม่ขอร้องอะไรนายอีกเลย ประโยคหลังนั้นก็เบาราวกับเสียงกระซิบ ดวงหน้าสวยก้มลงต่ำอย่างช้าๆ....ฝ่ายร่างสูงพอเห็นเช่นนี้ก็ระบายยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน....มือแข็งแกร่งคว้ามือเล็กของคนตัวบางมาจับไว้อย่างทะนุถนอมราวกับว่าบีบแรงกว่านี้มือข้างนี้จะขาดไปก็ไม่ปาน....

ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันเถอะชากะ เพียงประโยคเดียวที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นแบบที่เขาเองก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ก็ทำให้เขาได้แต่เดินตามพี่เลี้ยงสุดหล่อที่จูงมือเขาเดินนำไปยังทางขึ้นเครื่องชิงช้าสวรรค์เครื่องใหญ่สีแดงสด ตรงใจกลางเห็นเด่นชัดเป็นคำว่า Santuary Land

อา....สวยจังเลยเนอะ ชากะเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศแห่งความเงียบงันนับตั้งแต่ย่างก้าวขึ้นมาบนชิงช้าสวรรค์แบบนี้....

....นี่เขาคิดจะกลบหลุมฝังตัวเองรึไงเนี่ย!!.....

....ลืมนึกไปเลยว่า ชิงช้าสวรรค์ มันมีแค่คน 2 คนที่นั่งอยู่ด้วยกัน!!!.....

อืม...นั่นสิ ไอโอเรียเอ่ยพลางคลี่รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน อย่างที่เขาเองก็ไม่มีวันทำได้บ่อย แต่วันนี้กลับยิ้มแบบนี้มากเป็นพิเศษ เพราะอะไรกันน๊า.....

นี่...ทำไมนายถึงชวนฉันมาสวนสนุกล่ะ ไอโอเรีย หนุ่มร่างบางถามขึ้นหวังจะได้ทั้งคำตอบรวมถึงทำลายบรรยากาศอันซุปเปอร์จะอึดอัดแอนด์เงียบเชียบนี้ไปในตัวด้วย ร่างสูงเงียบอยู่ครู่ขณะเปลี่ยนสายตาออกมองไปยังนอกกระจกชิงช้าสวรรค์ ขณะเครื่องเล่นนี้ลอยขึ้นหยุดบนยอดแล้วจึงหยุดพักเครื่องเล็กน้อย....

ก็....ฉันก็แค่อยากออกมาเที่ยวกับนายในวันเกิดของฉันเท่านั้นเอง นายสิงโตเอื้อนเอ่ยเสียงค่อย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายที่ฟังอยู่นั้นกลับ...อึ้งรับประทานครับผม....

....O[]O!!!.....

.....วันเกิด!!!!.....

ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าวันนี้วันเกิดนายฮะ!!!! คนหน้าหวานร้องแทบลั่นเกือบทะลุออกจากชิงช้าสวรรค์ที่พวกเขานั่งกันอยู่ไปแล้ว จนหนุ่มหล่อต้องเอานิ้วมาอุดหูแทบจะไม่ทันกันไปเลยทีเดียว...

ก็...มันไม่สำคัยอะไรนี่ อีกฝ่ายตอยด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย...ก็จริงนี่นา ทุกปีเขาเคยสนใจวันเกิดที่ไหนกันล่ะ เป็นจีเมอร์ประจำเขตนี้งานก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว....

มันอาจไม่สำคัญอะไรสำหรับนาย!! แต่.... ร่างบางแว๊ดเสียงขึ้น แต่ในประโยคหลังกลับแผ่วเบาลงขณะที่ดวงหน้าก้มลงเล้กน้อย มือทั้งสองเริ่มกำแน่น...

........ ร่างสูงมิได้เอื้อนเอ่ยคำใดราวกับเฝ้ารอคำพูดในประโยคต่อมาของคนสวยเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อ....

แต่สำหรับฉัน....มันสำคัญมาก...เลยนะ.... เสียงที่เอ่ยต่อมาช่างแผ่ว แต่คำพูดก็ฟังดูแล้วน่ารักจั๊กจี้ใจชายเป็นอย่างมาก รวมถึงดวงหน้าขาวสวยที่ขึ้นสีแดงจางๆเพราะความเขินนั่นก็เช่นเดียวกัน...

อืม...ขอบใจนะ ร่างสูงเอ่ยน้อยๆพลางส่งรอยยิ้ม....แม้จะไม่ได้ดูอ่อนโยนมากมาย....แม้จะไม่ได้ดูอบอุ่นหรือเจ้าเล่ห์...ทว่ามันกลับเป็นรอยยิ้มที่เหมือนยิ้มออกมาจากใจจริง.....รอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยพบเจอมาก่อน....

....หมดรอบชิงช้าสวรรค์แล้ว....

ร่างบางคิดพลางมองไปยังวิวงดงามที่เริ่มเปลี่ยนจากแสงยามเย็นเป็นกลางคืนอันงดงาม ที่เปล่งประกายเจิดจรัสไปด้วยแสงไฟจากตึกและแสงดาวที่พราวระยิบระยับ ขณะชิงช้าสวรรค์ค่อยๆเคลื่อนลงมาจนจบรอบสุดท้าย ทันทีที่ประตูเปิดออกเขาทั้งสองก็ก้าวลงไปอย่างช้าๆ....

....อา....เวทย์มนตร์จบลงแล้ว.....

ร่างบางคิดอย่างเศร้าสร้อย ขณะเดินนำคนร่างสูงออกไป ทั้งสองยังคงไม่มีอะไรพูดกันอีก....

....จบลงแล้วสินะ....ต่อจากนี้คงไม่มีทางที่จะได้อยู่กับนายแล้ว....คำขอสุดท้ายก็เป็นจริงแล้ว...คงไม่มีอะไรที่จะต้องติดค้างกันอีกล่ะมั้ง....

นี่....ไอโอเรีย ขอบคุณนะ...ที่อุตส่าห์นั่งชิงช้าสวรรค์เป็นเพื่อนน่ะ ชากะหันกลับมาเอ่ยกับร่างสูงอย่างร่าเริง....ทั้งที่ใจจริงแล้วแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่....

เอ่อ...อืม.... หนุ่มผมน้ำตาลรับคำขณะเบนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่มีเหตุผล....คนหน้าหวานมิได้ว่าอะไรที่เขาทำเช่นนั้น หากแต่ยิ้มน้อยๆอย่างเศร้าๆ....

.....คงจะเบื่อสินะ.....

......รำคาญสินะ......

......ที่ต้องมีเด็กแบบฉันคอยป่วนนายอยู่เสมอ.....

ดวงตะวันเคลื่อนลงจากท้องฟ้า ความมืดเข้ามาเยือนแทนที่ หากแต่แสงไฟจากดวงไฟต่างๆของสวนสนุกรวมถึงแสงไฟตามเครื่องเล่นและตึกต่างๆรอบด้าน ก็เริ่มสว่างขึ้นแล้วเช่นกัน....

ดึกขนาดนี้แล้ว....ไอโอเรียเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวพี่ชูร่าจะเป็นห่วงเอา^^ คนสวยเอ่ยขณะเตรียมเดินนำหน้าไปอีกครั้ง ทว่า เขาก็รู้สึกได้ถึงถึงมือหนาที่อบอุ่นของใครบางคนที่จับกุมข้อมือบอบบางของเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยน....

ชากะ....เดี๋ยวก่อนได้ไหม ไอโอเรียนั่นเอง...เขาเอ่ยเสียงนุ่มนัยน์ตาสีมรกตของเขาจ้องมองไปยังหนุ่มร่างบางอย่างเว้าวอนจนตัวคนถูกมองยังรู้สึกแปลกใจ ทั้งเขินอายอีกต่างหาก และไม่เพียงปากเปล่าเขาดึงตัวหนุ่มร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างนุ่มนวล

เอ๊ะ..... หนุ่มผมทองอุทานเสียงเบา ขณะพยายามดิ้นด้วยความตกใจกับการกระทำของพี่เลี้ยงของเขา...

ชากะ.....

...ชากะ.... หนุ่มผมน้ำตาลเรียกอีกครั้ง อย่างนุ่มนวลแป่วเบาข้างใบหูของเด็กน้อยตัวบาง แม้เจ้าตัวจะยังคงดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา....

ฉันรักนายนะ เพียงคำพูดประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวของร่างสูง ทำเอา....ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนพลันหยุดดิ้นลง...สมองว่างเปล่ากลายเป็นสีขาว....

...ท่ามกลางค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟอันเปล่งประกาย...ความรู้สึกที่ซ่อนในใจของใครบางคนก็ถูกจุดประกายขึ้นด้วย แต่ดวงใจของใครอีกคนกลับสว่างๆดับๆอย่างไร้จุดหมาย.....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

To Be Continued

2006/Oct/21

Chapter 19: เจ็บปวด...?

ทำไมคนเราต้องเจ็บปวด....ไม่รู้หรอก....แล้งทำไมถึงไม่รู้ล่ะ...นั่นสิทำไมล่ะ....และเพราะไม่รู้นี่แหละ....ที่ทำให้ต้อง....เจ็บปวด....

แสงแดดแรงจ้าของช่วงเวลาดวงตะวันขึ้นเหนือศีรษะลอดส่องผ่านหน้าต่างร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่ตกแต่งตามแนวตะวันตกเม็กซิโกคาวบอยอะไรเทือกนั้น ที่นั่งภายในร้ายเป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ได้รับการทำออกมาได้อย่างงดงาม ขณะที่ลูกค้าแน่นร้าน และดูเหมือนมุมหนึ่งที่นั่งริมหน้าต่างนั้นจะสะดุดตาชายหนุ่มมากกว่ามุมใดในร้านนั่นคงเป็นเพราะ มีคนสวยน่ารักสองคนนั่งลิ้มรสอาหารเบื้องหน้าอย่างเอร็ดอร่อย....

ดูสิวะ แม่สาวผมม่วงชมพูๆคนนั้นน่ารักชิบ!! หนึ่งในลูกค้าที่นั่งโต๊ะถัดออกไปไม่ไกลนักบอกเพื่อนในวงของตนอย่างตื่นเต้น

เฮ้ย!ฉันว่าสาวผมทองนั่นสวยกว่าเยอะเลยว่ะ! อีกคนเถียงขึ้นเมื่อเห็นคนสวยผู้ไว้ผมทองยาวสยายเป็นประกายอย่างงดงาม

ยังไงคนผมม่วงๆนั่นก็น่ารักกว่าเว้ย!!

ต้องคนผมทองสิวะ!!! ว่าแล้วศึกการเถียงคนงามก็เริ่มมีกันต่อไปเรื่อยๆชนิดที่ว่าวันนี้คงไม่จบง่ายๆหรอก และขณะที่เสียงการเถียงเริ่มโหวกเหวกจนต้องมีคนเข้ามาห้ามนั้น ฝ่ายคนที่เป็นต้นตอแห่งการทะเลาะเบาะแว้งของหนุ่มกลุ่มใหญ่นั้น....

หนวกหูจังเลยนะ....มู คนผมทองยาวสยายเจ้าของใบหน้างามยิ่งกว่านางสาวไทยเอ่ยเสียงหงุดหงิดแกมรำคาญน้อยๆ ขณะจิ้มผักสลัดในจานเข้าปาก....เพื่อนคนสวยที่นั่งตรงข้ามยิ้มแหยๆหน่อยๆก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแห้งๆไป...

นั่นสิ...ไม่รู้ทำไมน๊า ไม่รู้ว่าคนหน้าหวานนี่เซ่อจริงๆหรือแกล้งเซ่อก็ไม่รู้....นี่ยังไม่รู้อีกว่าสาเหตุก็มาจากพวกเขาสองคนนั่นแหละ.....

ว่าแต่...นายมีอะไรเหรอมู อุตส่าห์พาฉันมาเลี้ยงข้าว แถมยังบอกว่าจะกินกับฉัน 2 คนจนต้องให้ไอโอเรียไปนั่งกินราเม็งคนเดียวเนี่ย.... ชากะร่ายยาวไปถามไป เล่นเอาหนุ่มหน้าหวานตรงข้ามจุกไปเลยเหมือนกัน....

เรื่องของเรื่องมันเริ่มประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่เอง....

หา? อยากกินข้าวกับฉันเหรอมู ชากะเอ่ยถามเพื่อนผู้น่ารักที่อุตส่าห์มาชวนเขาด้วยตัวเองเช่นนี้ ฝ่ายเพื่อนหน้าหวานพยักหน้าหงึกๆแรงๆ จนเล่นเอาเพื่นผมทองเหงื่อตกไปเหมือนกันกับไอ้ท่าทางพิลึกพิลั่นนั่น....

งั้นฉันไปด้วยสิ^^ นายสิงโตพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จุดประสงค์ก็ไม่ได้อะไรมากหรอกแค่อยากจะตามไปดูแลชากะก็แค่นั้นแหละ....เท่านั้นแหละ!!

ไม่ได้!! ฉันมีเรื่องที่คุยได้กับชากะเท่านั้น คุณไอโอเรียห้ามไปเด็ดขาด!! มูร้องห้ามอย่างร้อนรนพร้อมกับฉุดกระชากลากดึงเพื่อนคนสวยออกมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าไม่ทันให้ทั้งเพื่อนผมทองและนายหนุ่มสุดหล่อได้ทันตั้งตัวเลย....แม้แต่จะพูดอะไรยังไม่มีโอกาสจะได้พูดเลยคิดดูสิ!

....ปล่อยให้ไอโอเรียคุงยืนเอ๋อแตกตรงนั้น....

.....แล้วก็ต้องตัดสินใจไปนั่งกินราเม็งร้านโปรดตามลำพัง.....

.....น่าสงสาร.....

เอ่อ.....คือ......จริงๆแล้ว /////////////// มูจังพยายามเกริ่นแต่แทนที่จะพูดอะไรออกมากลับเอาแต่ทำท่าอายม้วนอยู่แล้วนั่นแล้วนั่นอีก จนเพื่อนของเขาชักจะนึกรำคาญขึ้นมาหน่อยๆแล้ว....

มีอะไรก็พูดมาสิ มัวแต่ทำอายม้วนอยู่ได้..... แม้จะพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงราบเรียบทว่า เข้าแกะน้อยกลับรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตทึมๆด้านหลังเพื่อนของเขา แถมไอ้เจาเนื้อสเต็กที่กำลังถูกส้อมจิ้มอยู่ชักจะค่อยๆเละขึ้นมาเรื่อยๆ = =!!!!...

.....สัญญาณอันตรายๆ!!....

.....Emergency แล้วจ้า!!!!!!!!!........

ง่าๆ อยะ...อย่าพึ่งโกรธนะชากะ....บอกแล้วๆจ้า!!! แกะน้อยสีม่วงอ่อนรีบเอ่ยขึ้นก่อนจะมีข่าวเหตุฆาตกรรมแกะในร้านอาหารอเมริกันซะก่อน!! พอบอกไปเช่นนั้นเพื่อนรักคนงามก็ดูเหมือนจะอารมณ์เย็นขึ้นมาได้หน่อยหนึ่งแล้ว....มูสูดหายใจเข้าลึกๆราวกับทำใจก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูเขินอาย...น่ารัก....

คือจริงแล้ว....ฉันตั้งใจว่า จะสารภาพรักคุณไอโอเรีย น่ะ.... ทันที่ร่างเล็กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแอบเก็บความปลื้มปิติเอาไว้นั้น คนสวยผมทองที่กำลังจิ้มอาหารใส่ปากก็ทำเจ้าผักชิ้นนั้นหลุดจาดส้อมโดยไม่ได้ตั้งใจ...

.....สารภาพรัก...งั้นเหรอ?.....

.....ก็คิดอยู่แล้วนิ.....

......ว่าวันนี้จะต้องมาถึง.....

เหรอ....แล้วมาบอกฉันทำไมล่ะ..... ชากะยังคงรักษาไว้ซึ่งท่าทางสงบนั้น...ทว่าไม่รู้ทำไมในใจถึงรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก.....

ก็...ฉันอยากให้ชากะช่วยนี่นา....แบบว่าช่วยหาโอกาสให้ฉันได้อยู่กับคุณไอโอเรีย 2 ต่อ 2 เถอะนะ!! มูร้องบอกด้วยความเขินอายพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้แสดงความขอร้องแบบสุดๆ....

....ช่วยเหรอ?....

.....นั่นสินะ.....

.....ถ้าเราเป็นคนช่วย.....

.....100% ยังไงมูก็ต้องสมหวังแน่ๆ.......

......แต่ทำไมใจถึงเจ็บ......

เอ่อ....ได้สิ..... แม้ใจจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แต่เขาไม่ใช่คนใจร้ายใจดำที่เพื่อนรักอุตส่าห์มาขอความช่วยเหลือแล้วเขาจะไม่ช่วยนิ...

จริงเหรอ!!ขอบคุณนะชากะ!!! มูร้องออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างสุขใจ...สดใส...ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งมูก็ยังเป็นคนที่มีรอยยิ้มสดใส...ดุจแสงตะวัน....

....น่ารักมาก....

....แบบนี้ละมั้งที่ไอโอเรียจะชอบ.....

....ไม่ใช่....

....คนขี้งอนทำหน้าบูดบึ้งแบบเขา.....

อ๊ะ....!! ว่าแล้วชากะก็ส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆ นี่เขากำลังคิดถึงรอยยิ้มของมูแต่ทำไมต้องเปรียบเทียบกับตัวเองด้วยล่ะ มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย....เขาไม่ใช่คนชอบเปรียบเทียบกับคนอื่นสักหน่อย.....

.....ยังไงก็ต้องช่วยล่ะนะ.....

.....ก็มูเป็นเพื่อนคนสำคัญนี่นา.....

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กลับมาแล้วเหรอชากะ!! ไอโอเรียร้องบอกขึ้นอย่างนึกดีใจไม่ได้ ก็หลังจากที่เขาต้องไปนั่งซดราเม็งอยู่คนเดียวตั้งนาน สองหนุ่มหน้าหวานก็กลับบ้านมาสักที...จะได้เลิกนั่งเบื่ออยู่คนเดียวเสียที.....

อ่ะ...อืม.... หนุ่มผมทองเอ่ยอย่างเกร็งๆจนน่าแปลกใจ ขณะที่มีหนุ่มหน้าหวานที่ดูจะเขินอายไม่น้อยที่ได้เจอหน้าของนายสิงโตสุดหล่อเข้าจังๆอีกครั้ง.....

มีอะไรเหรอชากะ ทำตัวแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว....มีไข้รึเปล่า... ว่าแล้วฝ่ามือแข็งแกร่งของหนุ่มหล่อก็ทาบลงบนหน้าผากขาวเนียนเรียบของร่างเพรียว...จนชากะเผลหน้าแดงไปเหมือนกัน!!...

.....อ๊ะ!!....

......ไม่ได้ๆเดี๋ยวมูจะเข้าใจผิด!!....

ด้วยความคิดรวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบร่างเล็กรีบสะบัดมือของชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็ว จนฝ่ายพี่เลี้ยงประหลาดใจจนเหงื่อตกหากแต่ก็ไม่พูดอะไร....

อ่ะ....เอ่อ....จริงด้วย!!นี่ก็...เย็นแล้ว นายช่วยพามูไปส่งหน่อยสิ!! ชากะออกคำสั่งอย่างรวดเร็วแถมยังดูตะกุกตะกักจนดูมีพิรุทธิ์อีกต่างหาก!!

หา?....เย็นเหรอ? ไอโอเรียทักขึ้นอย่างแปลกใจขณะมองไปที่นาฬิกาซึ่งตีบอกเวลา  ...บ่ายสามครึ่ง....เย็นตรงไหนฟระ!!.....

เอาเถอะน่า!!!! ว่าแล้วหนุ่มคนสวยผมทองก็ใช้แรงทั้งหมดที่มี ถีบ ยันโครมพี่เลี้ยงหนุ่มออกไปจากบ้านพร้อมด้วยผลักเพื่อนหนุ่มหน้าหวานออกไปอีกคน และรีบปิดล็อคประตูโดยเร็วที่สุด!!!

................................................................................................................................

ไม่มีข้อเสนอความคิดเห็นใดๆครับ

................................................................................................................................

เอ่อ....งั้น....ฉันไปส่งนายแล้วกันนะมู พี่เลี้ยงหนุ่มที่ถูกยันโครมออกมาเอ่ยปากไว้ก่อนกันจะเสียหน้า ใครจะไปเชื่อว่าคนอย่าง เลโอ ไอโอเรีย จะถูกเด็กที่อยู่ในความดูแลของตัวเองถีบยันโครมออกมาจากบ้านแบบนี้...

อ่า....ครับ =///////= มูน้อยรับคำอย่างว่าง่ายขณะที่ดวงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อน้อยๆ....ว่าแล้วทั้งสองก็เริ่มก้าวเดินออกจากบ้านแคปริคอร์นไป.....

ตอนนั้นเอง....โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวก็มีสปายแอบตามไปดูด้วยเสียแล้ว......

สองหนุ่มที่ทำให้ดูฮือฮาไม่น้อยในแถบย่านนี้เดินไปตามทางถนนที่ก่อสร้างไว้อย่างดี เมืองหลวงที่ดูโอ่อ่าและสวยงามใครจะเชื่อว่าที่สงบสุขมาได้ทุกวันนี้หาได้ใช่เพราะตำรวจราชการไม่ หากแต่เป็นแก๊งค์จีเมอร์ที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม....Killer Claws....โดยการนำของ เลโอ ไอโอเรีย ผู้นี้ เพราะเหตุฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนหนุ่มหล่อผู้นี้ก็จะเป็นที่สะดุดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา ไม่เว้นกระทั่งสาวๆชาวแฟนคลับทั้งหลายด้วยเช่นกัน

บ้านของมูอยู่แถวนี้เหรอ? ไอโอเรียเอ่ยถามทำลายความเงียบขณะที่เดินเข้ามาซอยที่อยู่ถัดจากบ้านแคปริคอร์นไปไม่ไกลมากเท่าไหร ใช้เวลาเดินก็แค่ 30 นาทีก็ถึง.....นั่นเรียกว่าแค่สำหรับพี่ท่านเหรอเนี่ย......แต่ถึงยังไงนี่ก็ถึงหน้าบ้านอาริเอสแล้วอยู่ดีนั่นแหละ.....

อ่ะ....อืม....ว่าแต่คุณไอโอเรียมาส่งผมแบบนี้จะดีเหรอฮะ....ไม่ห่วงชากะเหรอฮะ มูตอบขึ้นพลางถามไปถึงอีกคนที่ควรจะอยู่ที่บ้านแต่ตอนนี้คนๆนั้นกลับมาวุ่มอยู่หลังเสาซะได้!!

....ใช่แล้วคนที่คิดว่าเป็นแค่เจ้าเด็กเอาแต่ใจที่ควรจะนั่งอยู่ที่บ้าน หากแต่ตอนนี้กลับสะกดรอยตามมาอย่างกับสายลับในหนังฝรั่ง....เพื่อจะดูสถาการณ์อัพเดทของพี่เลี้ยงสุดหล่อและเพื่อนรักผู้แสนน่ารักของตน...แถมยังไปหลบหลังเสาไฟฟ้าอีกแน่ะ....= =.....

แว้ก!!ไม่ถามแบบนั้นทำไมล่ะมู!! ชากะผู้ซึ่งแปลงร่างเป็นสปายออกมาตามแอบซุ่มดูทั้งสองอยู่ ร้องโหวกขึ้นมาอยู่ในใจที่เจ้าแกะน้อยดันพูดถึงเรื่องของเขาขึ้นมาจนได้.....

.....แล้วนี่.....

....ไอโอเรียจะตอบว่ายังไงเนี่ย.....

หือ?...เป็นห่วงไหมเหรอ?....ก็เป็นห่วงนะ ก็เจ้าเด็กบ้านั่นซุ่มซ่ามทะเล่อทะล่าจะตาย อยู่ดีไม่ว่าดีทำน้ำหกใส่ตัวเองบ้างล่ะ สะดุดขาตัวเองล้มบ้างล่ะ แบบนั้นจะไม่ให้ห่วงได้ยังไงล่ะ คำตอบที่ตอบมาจากพี่เลี้ยงสุดหล่อนั้นเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่หนุ่มหน้าตาน่ารักเบื้องหน้าได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว...ทว่าเจ้าคนซุ่มซ่ามที่กำลังยืนแอบฟังอยู่ตรงเสาไฟฟ้าใกล้ๆนี่สิ....ไฟลุกแล้ว.....

หนอย!!ไอโอเรีย!!นินทาฉันเรอะ!!เจอกันคราวหน้าได้เห็นดีกันแน่!! ร่างบางคิดไปอย่างนึกแค้นอยู่ในใจที่เจ้าพี่เลี้ยงตัวแสบแอบนินทาเขาซะได้!!

หรอ....นั่นสินะ....ยังไงคุณไอโอเรียก็ต้องห่วงชากะอยู่แล้วนี่นา.... หนุ่มผมม่วงแกมชมพูเอ่ยเสียงแผ่วขณะไพล้มือไว้ข้างหลัง นิ้วเรียวทั้งสองข้างเกี่ยวเล่นกันราวกับจะแก้ความขัดเขิน แต่....ทำไมเหมือนกับกังวล....

เอ๋? หนุ่มหล่อสะดุดใจไปกับคำพูดเช่นนั้น....น้ำเสียงเช่นนั้น....ของคนหน้าหวานเบื้องหน้า....หนุ่มหน้าหวานหรุบตาลงก่อนจะหันไปเผชิญหน้าหนุ่มผมน้ำตาลเบื้องหน้า...คนที่ร่างเล็กแอบรักมาโดยตลอด....ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้รับความช่วยจากผู้ชายคนนี้.....

คงถึงเวลาแล้วสินะ..... ชากะที่ยังคงแอบซุ่มดูอยู่นั้นคิดในใจ....ทำไม....ถึงรู้สึกเศร้าแบบนี้นะ....มือเรียวขาวบีบกำแน่นจนมือนั้นขึ้นสีแดงเนื่องจากเลือดวิ่งจากเส้นเลือดไปกองเป็นจำนวนมาก.....

คุณไอโอเรีย.....จริงๆแล้ว....//////////////////////....ผม....ผม....ผมรักคุณไอโอเรียนะครับ!! มูเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าเขินอาย ดวงหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั่วใบหน้า ทั้งน้ำเสียงที่จริงจังบ่งบอกถึงความจริงใจ....

.....ความรู้สึกที่จริงใจ.....

.....ที่ซุกซ่อนไว้นาน......

หนุ่มแข็งแกร่งที่ถูกบอกรักโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็มีท่าทีตื่นตกใจอยู่บ้างไม่น้อย...ตกใจจนพูดไม่ออกกันไปเลย.....

แล้วคุณไอโอเรียล่ะ....คิดยังไง....กับฉัน...... คำถามถูกตามออกมาอย่างรวดเร็ว ลอดผ่านเรียวปากบางนั้น....

อย่าตอบนะ.....ได้โปรด.....อย่าตอบ....... เสียงหนึ่งร่ำอยู่ในใจของหนุ่มผมทองที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นขณะที่กำมือแน่น แน่นขึ้นเรื่อยๆ.....

เอ่อ....มู....คือฉัน..... เสียงของหนุ่มหล่อลอดออกมาเช่นกัน แต่คราวนี้คนที่แอบซ่อนตัวไม่อยู่รอให้หนุ่มผมน้ำตาลได้เอ่ยตอบอะไรเขาก็วิ่งออกมาจากตรงนั้นเสียก่อน....วิ่งหนีออกมา....จากตรงนั้น....

....เขาวิ่ง.....

....วิ่งเพื่อกลับบ้าน......

....วิ่ง.....

.....วิ่งเพื่อหนีความจริงที่เขากลัวจะได้ยินมาตลอด......

!ปึ้ง!!

เขาปิดประตูอย่างแรงเสียงดังลั่นบ้าน ร่างกายที่ปกติไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาวันนี้กลับวิ่ง...วิ่งอย่างสุดแรงเกิด ร่างเพรียวบางนั้นสุดลงที่หน้าประตูภายในบ้านอันอบอุ่นและปลอดภัยของเขา

แฮ่ก....แฮ่ก..... เสียงหายใจหอบแฮ่กๆดังขึ้นเป็นระยะ ริมฝีปากแห้งผากเพราะความเหนื่อย เหงื่อไหลชุ่มโทรมกาย เข่าที่อดทนฝืนยืนอยู่นานก็ชักจะรับไม่ไหวจนในที่สุดก็ต้องลงไปนั่งคุดคู้กับพื้นกระเบื้องอันแสนเย็นเยียบนั้น....

เฮ้อ....วิ่งหนีออกมาทำไมนะเรา เลยอดฟังคำตอบของไอโอเรียเลย....ฮะๆ ชากะพึมพำน้อยๆกับตนเองเสียงบางเบา ขณะที่หัวเราะกับตัวเองด้วยท่าทาง...ที่....น่าสมเพช ยิ่งนัก......ดวงหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องที่เปิดไฟสีขาวนวลสว่าง....

คงสมหวังแล้วสินะ...ยินดีด้วยนะ มู....คราวนี้นายคงได้คบกับไอโอเรีย....นั่นสินะ....คนเท่ห์ๆอย่างไอโอเรีย ก็ต้องคู่ควรกับคนน่ารักอย่าง มู....มากกว่า.....เรา นินะ....... ร่างบางพึมพำกับตัวเอง...และในประโยคสุดท้ายที่เอ่ยออกมา...นั่นคือใจลึกๆที่เขาคิดอยู่จริงๆ....

...ไม่ทันไร...ทำไมนะ....ทำไม...ทำไม น้ำตา ถึงต้องไหลออกมาแบบนี้ด้วย...น้ำตาหยาดใสไหลอาบพวงแก้มขาว แม้จะไม่เคยเผยนัยน์ตาให้เห็น...ไม่เคยลืมเปลือกตามามองโลก...แล้วทำไมกัน....เขาถึงต้อง....ร้องไห้จนน้ำตาไหลแบบนี้ด้วย!!....

โฮ!!!!!!!!!!! ด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาทั้งความสับสนในตนเอง ทำให้หนุ่มน้อยร่างบอบบางปล่อยโฮใหญ่ออกมากับตัวเอง ขณะแขนเรียวนั้นกอดเข่าตัวเองแนบแน่น....

.....เรารู้ตัวอยู่นานแล้ว......

......รู้ตัวตั้งแต่ตอนที่ไอโอเรียไปที่สุสานของพ่อกับแม่.......

.......แต่พยายามหลอกตัวเองอยู่เรื่อยมา.......

.......เพราะว่ารู้ตัวว่าไม่คู่ควร......

.......รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ.......

.......แล้วก็รู้ตัวว่าเพื่อนรักของเขาเหมาะสมยิ่งกว่า......

........แต่ถึงแบบนั้นทำไมล่ะ?......

.........เพื่อนของเขาเหมาะสมขนาดนั้น........

.........เขาก็สมควรเชียร์ไม่ใช่เหรอ.......

.........แล้วทำไม........

.........ถึงต้องเจ็บปวดแบบนี้!........

.........แล้วทำไมถึงต้องร้องไห้แบบนี้ด้วย!!!........

ไอโอเรีย....ฉัน....จริงๆแล้ว.....ฉัน....ฮึก...... เสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากนั้นบางเบา เบายิ่งกว่าขนนก....เบายิ่งกว่าอากาศ....เสียงที่บ่งบอกถึงความเศร้าที่อยู่หัวใจของคนๆนี้.......

....แค่คำว่า เจ็บปวด หากไม่เคยได้สัมผัสด้วยตนเองแล้ว....คงจะนึกสภาพไม่ออกเลย...ว่าแค่ ความเจ็บปวด จะทำให้คนที่เข้มแข็ง อ่อนโยน....ต้องถึงกับหลั่งน้ำตาที่ร่ำไห้อยู่ภายในใจ......

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

To be Continued